พรรคการเมือง ตอบรับเงินอุดหนุนเด็ก ‘ถ้วนหน้า-3 พัน/เดือน คณะทำงาน อัดรบ.ไม่เหมือนที่หาเสียง
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่โรงแรมเอเชีย คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน จัดเสวนา “ฟังพรรคการเมือง !! หยุดวิกฤตเด็ก…ด้วยสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า” นางสุนี ไชยรส ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เปิดเผยว่า โครงการเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ขับเคลื่อนตามลำดับเริ่มตั้งแต่ปี 2559 จาก 9 หมื่นคนมาถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.3 ล้านคน จากจำนวนเด็กเล็กที่มีอยู่ถึง 4.3 ล้านคน และในเด็กกลุ่มเป้าหมายครัวเรือนยากจน ก็ยังตกหล่นเข้าไม่ถึงสิทธิอีกจำนวนมาก ซึ่งทุกพรรคการเมืองก่อนหน้านี้เห็นด้วยกับการขับเคลื่อนจัดสรรถ้วนหน้า
แต่พอมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแล้วดูเหมือนไม่ได้ผลักดันให้เป็นรูปธรรม ทั้งที่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (กดยช.) ซึ่งมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน และนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมใน กดยช.ก็มีมติเห็นด้วยกับการจัดสรรถ้วนหน้า กำหนดรายละเอียดแนวทางงบประมาณอย่างชัดเจน
แต่น่าเสียดายรัฐบาลไม่นำมติ กดยช.เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อ้างว่าไม่มีเงิน เป็นสิ่งท้าทายว่าสิ่งที่หาเสียงแล้ว เป็นรัฐบาลแล้ว ได้เดินหน้าตามที่หาเสียงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรามองข้ามไปถึงการเลือกตั้งใหม่ เราหวังว่ารัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะหน้าตาเดิมหรือเปลี่ยนไป จะต่อสู้ด้วยนโยบาย โดยเฉพาะสวัสดิการเด็กเล็กเป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญที่ทุกฝ่ายยอมรับ แต่ทำไมรัฐบาลไม่ทำ

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานฯได้เดินสายหารือกับ 17 พรรคการเมืองก็เห็นพ้องกับการจัดสรรเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้า อยากให้สังคมจับตาว่าแต่ละพรรค จะนำไปเป็นนโยบายสำคัญที่จะผลักดันหรือไม่อย่างไร
นางสุนีกล่าวด้วยว่า คณะทำงานฯมีการศึกษาเก็บข้อมูลในพื้นที่ทุกภาค รวมถึงมีงานวิจัยต่างๆ อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้มีคนจนใหม่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการเด็กจำนวนมากไม่สมวัย ดังนั้นจึงแถลงยืนยันให้มีการขับเคลื่อนสวัสดิการเด็กเล็กแบบถ้วนหน้าในจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน
และต้องดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ รวมทั้งการพัฒนาส่งเสริมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพทั่วถึง โดยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐควรขยายให้บริการรับเด็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ไม่ใช่รับเด็กตั้งแต่ 2 ปีครึ่ง และขยายให้บริการนอกเวลาราชการ รวมถึงสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กเอกชนที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระรัฐด้วย
ทั้งนี้ เวทีเสวนา ผู้แทนพรรคการเมืองประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคแรงงานสร้างชาติ พรรคเสมอภาค พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคประชาชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังท้องถิ่นไทย เห็นด้วยกับการจัดสรรเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า โดยจำนวนเงินต่อเดือนมีเสนอทั้ง 1,200 บาทต่อเดือน และ 3,000 บาทต่อเดือน

โดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า พรรคเสนอตัวเลขเบื้องต้นที่ 1,200 บาทต่อเดือน บนหลักการถ้วนหน้า เพียงพอ ทันที และต้องบรรจุในคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา การที่พรรครัฐบาลไม่มาร่วมเวทีเสวนาครั้งนี้ แสดงว่าไม่ประสงค์จะเป็นรัฐบาล
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การนำประเทศสู่รัฐสวัสดิการเป็น 1 ในนโยบายพรรค นำทุกช่วงอายุมาสู่สวัสดิการ พรรคมองถึงการสนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าถึง 15 ปี โดยตั้งแต่ตั้งครรภ์-6 ปี ต้องจัดสรรเกิน 3,000 บาทต่อเดือน ส่วน 6-15 ปี อาจจะจัดสรรที่ 3,000 บาทต่อเดือน
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคเสนอให้ถ้วนหน้าเดือนละ 1,200 บาท หากจำเป็นก็อาจปรับเพิ่มเป็น 3,000 บาทซึ่งต้องพิจารณาการคลังด้วย ความเป็นไปได้ในการจัดสรรถ้วนหน้าเป็นไปได้ โดยสามารถปรับลดงบที่ไม่จำเป็นและจัดเก็บภาษีที่ดิน ตลาดหุ้น ทรัพย์สินอื่นๆ มาสนับสนุนได้
นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์ หัวหน้าพรรคเสมอภาค กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับสวัสดิการประชาชนและผลักดันต่อเนื่อง เน้นนำนโยบายสำคัญกำหนดเป็นกฎหมายเพื่อไม่ให้รัฐบาลใหม่มาแล้วฉีกทิ้ง


