“จุฑาพร” ชี้ ศก.ไทยขยายตัวได้น้อยกว่าอาเซียน อัด ประชุมเอเปค ดูแลต่างชาติดี แต่กลับทำร้ายคนไทยด้วยกัน
น.ส.จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางรัก สาทร ปทุมวัน และโฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้ 4.5% ซึ่งทำให้ 9 เดือนแรกของปีนี้ไทยขยายตัวได้ 3.1% แม้เศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวแต่ยังขยายตัวต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนใน 9 เดือนที่ผ่านมา เช่น มาเลเซียขยายได้ 9.36% เวียดนาม 8.8% ฟิลิปปินส์ 7.76% และอินโดนิเซีย 5.39% แม้กระทั่งประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์ยังขยายได้ถึง 4.2% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่าไทยขยายตัวได้ต่ำ ทั้งที่ประเทศอื่นในอาเซียนเศรษฐกิจดีกันหมด
การลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในเขต บางรัก สาทร ปทุมวัน พบว่า ประชาชนเดือดร้อนหนักมาก จากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นมาก ทำให้ต้นทุนในการประกอบธุรกิจ และค่าครองชีพสูงมากในแต่ละวัน ภาระหนี้สินรุมเร้า หลายท่านกล่าวทั้งน้ำตา และสิ้นหวังในการใช้ชีวิต พ่อค้าแม่ค้าโอดขาดรายได้ จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ที่ผ่านมา เพราะหลายพื้นที่โดนสั่งห้ามขายของ ในการประชุม APEC หมดเงินงบประมาณไปจำนวนมหาศาล แต่ประชาชนไทยกลับได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น บทบาทการเป็นผู้นำอาเซียนของนายกรัฐมนตรีไม่โดดเด่น ในขณะที่ครั้งนี้ ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ของอินโดนีเซียที่เป็นเจ้าภาพจัด G 20 ที่บาหลี ที่ปรากฏภาพ ประธานาธิบดีไบเดน จับมือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กระจายออกไปทั่วโลก ทำให้การประชุม APEC ในไทยดูด้อยกว่า โดยประธานาธิบดีไบเดนไม่ได้มา และ ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียที่บอกว่าจะมาก็ไม่ได้มาเช่นกัน และยังถูกเยาะเย้ยวิจารณ์จนเป็นเรื่องตลกขบขันเป็นวงกว้างจากการสะกดป้ายต้อนรับภาษาอังกฤษผิด
นอกจากนี้ปัญหาที่แย่หนักคือ การดูแลผู้นำจากทั่วโลกอย่างดี อาหารเลิศหรูหลากหลาย แต่กลับใช้ความรุนแรงกับคนไทยด้วยกันเอง โดยเฉพาะต่อผู้ชุมนุม ซึ่งทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุมทำให้ผู้ชุมนุมถึงกับตาบอด ซึ่งเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง อีกทั้งสื่อมวลชนจำนวนมากก็ได้รับบาดเจ็บในการสลายการชุมนุมครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นลบ ตอกย้ำกับรัฐบาลที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากเผด็จการ ทั้งที่หากไปดูประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ เวลามีการจัดประชุมนานาชาติ ก็มักจะมีการชุมนุมประท้วงแสดงความเห็นอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ รัฐบาลไม่ควรใช้ความรุนแรงถึงขนาดนี้
เศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวน และสถานการณ์โควิดที่อาจกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ส่งผลให้รัฐบาลยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในอนาคตอย่างใกล้ชิด การประชุมนานาชาติที่สำคัญ กว่าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพก็แสนยาก แต่พอเป็นเจ้าภาพแล้วกลับไม่สามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับผู้ชุมนุมและสื่อมวลชนอีกด้วย เลยทำให้การประชุม เอเปค จึงกลายเป็น เอ-แป้ก เพราะแป้ก เกิดประโยชน์น้อยกว่าที่ควร ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนและลงแรงเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้

