‘โทนี่’ จวก หัวข้อเอเปค ล้าหลัง 22 ปี ดับฝัน ‘บิ๊กตู่’ ดึงลงทุนแสนล้าน ชี้ หลักนิติธรรมเละ เข่นฆ่าเห็นต่าง ยากนักลงทุนไว้ใจ
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 พฤษศจิกายน เฟซบุ๊ก CARE • แคร์ คิด เคลื่อน ไทย ได้ไลฟ์สด การพูดคุยกับ โทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ในหัวข้อ APEC 2022 จะปังแค่ไหน ถ้าให้พี่ “ตัวตึง” เป็นคนจัด
โดยช่วงหนึ่ง นายทักษิณ พูดถึงการจัดการ ประชุมเอเปค 2022 ของไทยที่ผ่านมา ว่า ถือว่ารัฐบาลจัดการประชุมอยู่ในระดับที่ใช้ได้ เพียงแต่ขอเพิ่มเติมและเสริมในรายละเอียดเล็กน้อย สำคัญที่สุดคือหัวข้อในการประชุม อย่างในการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้สนใจจำนวนมาก เพราะหัวข้อดี คือ Recover together recover stronger เพราะที่ผ่านมา ทุกประเทศต่างโซซัดโซเซ จากทั้งการระบาดของโควิด หรือรวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซีย เราจึงต้องร่วมกันฟื้นตัว ซึ่งนั่นหมายถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ที่ดีและแรงกว่าเดิม
ซึ่งโดยหลักการการจัดงานส่วนใหญ่ เวลาที่ผู้เข้าร่วมการประชุมซ้ำกัน จะมีการจัดลำดับการเดินทางเพื่อลดความซ้ำซ้อน แต่ไม่รู้ว่า จัดการอย่างไรถึงทำให้เราเป็นลำดับสุดท้าย ทำให้ผู้เข้ารวมมีความล้า เหนื่อย ความน่าสนใจจึงต้องมากกว่าคนอื่น ขณะที่ หัวข้อการประชุมของเรา เรื่อง Bio-Circular-Green Economy คือ เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว และมีการพูดถึงเป้าหมายสหัสวรรษของการพัฒนา (Millenium Develoment Goal หรือ MDGs) ของปี 2000 ในสมัยนายโคฟี อันนัน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ

“วันนี้ปี 2022 ผ่านมาแล้ว 22 ปี เรายังไปโฟกัสในหัวข้อนั้น แม้เขาอาจจะสนใจเพราะบ้านเราทำการเกษตร แต่สำหรับคนอื่นๆ อาจไม่ได้สนใจมากนัก เพราะปัจจุบันเขากำลังสนใจปัญหาที่ท้าทาย ดังนั้น หัวข้อจุงควรเป็น เช่น New Technology หรือ New Corporation เป็นต้น เรามาร่วมกันคิดใหม่ ทำใหม่ หรือวางแผนเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องภัยคุกคามใหม่ๆ ดีหรือไม่ ฉะนั้น จึงขอฝากไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ว่า ต้องตื่นต้องมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะล้าหลัง ซึ่งหัวข้อเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้คนสนใจเข้าร่วม” นายทักษิณ กล่าว และว่า
การประชุมเอเปคผ่านพ้นไปแล้ว เราเหมือนเด็กที่สอบเสร็จ พอจบแล้วก็ดีใจ รู้สึกโล่ง แต่เราไม่ได้บอกว่า ที่สอบไปแล้วเราได้ความรู้แค่ไหน อย่างไร แต่นายกรัฐมนตรีบอกว่า ผลจากการจัดการจัดการประชุมครั้งนี้ จะทำให้มีผู้เข้ามาลงทุนมีมูลค่าแสนล้านบาท แต่ไม่มั่นใจจริงๆ ว่าจะมาขนาดนั้น เพราะบรรยากาศบ้านเราขณะนี้ไม่เอื้ออำนวยมากนัก โดยเฉพาะที่ยิงเด็ก ตีเด็ก แบบนี้ ยิ่งทำให้เห็นถึงหลักนิติธรรมที่ไม่เป็นตามหลักสากลซึ่งสะท้อนถึงระบบเศรษฐกิจ และถ้าคนไม่เชื่อถือในระบบยุติธรรม การที่เขาจะเอาเงินมาไว้ เอาสินทรัพย์มาฝาก ยิ่งเป็นไปได้ยาก เพราะเขากลัว ดังนั้น หากประเทศไทยยังไม่คิดจะปรับปรุง เรื่องหลักนิติธรรม ยังใช้องค์กรอิสระ เข่นฆ่าคนฝ่ายตรงข้ามอยู่ ผลสุดท้ายบ้านเมืองจะพังค่ามือ พวกบ้าอำนาจ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ‘โทนี่’ ฉุน คฝ. สกัดม็อบต้านเอเปค เกินเหตุ ลั่น “คนไทยด้วยกัน แจกกระสุนยางเพื่อ?”

