ภท. ชงกระทู้ถาม กม.กัญชาฯ ‘อนุทิน’ ยันมีเสรีแบบควบคุมได้ ยัน ดำเนินยโยบายให้ ปชช.เข้าถึงทางการแพทย์
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่พรรค ภท. เสนอ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว และเข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่จนถึงบัดนี้ไม่ปรากฏว่าจะได้รับการพิจารณา และมีความเชื่อได้ว่าจากการแสดงจุดยืนของพรรคการเมืองบางพรรค จาก ส.ส.บางคน ทำให้ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ อาจจะไม่ผ่านสภาไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ และจนถึงเวลานี้ข่าวเรื่องกัญชา สร้างความสับสน วุ่นวาย ไม่เข้าใจ มีการบิดเบือนไปจากความจริง มีการกล่าวหารัฐมนตรีว่า การกระทรวงสาธารณสุข หรือรัฐบาลปล่อยให้มีกัญชาเสรี ปล่อยให้มีสุญญากาศ ไม่ดูแล ไม่ห่วงใยเยาวชน ถ้าเราจะปล่อยให้เรื่องนี้ปรากฏไปก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้ จึงขอถามว่า นโยบายกัญชาเสรี ความจริงมีหรือไม่ ความจริงคืออะไร การปลดล็อกกัญชาเป็นยาเสพติดความจริงคืออะไร และการควบคุมผลกระทบทางสังคมหลังจากที่การถอดกัญชาออกจากยาเสพติด มีการดำเนินการหรือไม่ ปล่อยละเลยหรือไม่
ด้าน นายอนุทินชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายกัญชาเสรีจริง แต่เป็นเสรีแบบมีการควบคุมคือ คืนกัญชาให้ประชาชนใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การเสริมสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ มีกฎหมายกำกับ มีกลไกดำเนินการรัดกุม ไม่เกิดผลกระทบต่อสังคม จึงจำเป็นต้องเร่งรัดให้มีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลที่ต้องทำให้สำเร็จ ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ใช่ของพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นของ กมธ.ที่มาจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผ่านการพิจารณากลั่นกรองอย่างรอบคอบ เตรียมนำเข้าสภาพิจารณาวาระ 2 ควบคุมไม่ให้ใช้กัญชาทางที่ผิด
นายอนุทินกล่าวต่อว่า เหตุที่ต้องปลดล็อกกัญชาจากบัญชียาเสพติด เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ได้ตามกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้ตัดสินใจโดยลำพัง แต่ผ่านกระบวนการครบถ้วน มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ กัญชามีประโยชน์มากกว่าโทษ ความเสี่ยงไม่รุนแรง ควบคุมได้ ไม่ต่างจากเหล้าบุหรี่ จึงต้องคืนกัญชาเป็นสมุนไพรให้ประชาชนใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หากกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง จะทำให้มูลค่ากัญชาทางเศรษฐกิจหดตัว โอกาสสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจะลดน้อยลง ส่วนแนวทางป้องกันผลกระทบจากการใช้กัญชาในกลุ่มเปราะบางนั้น การมีร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะควบคุมการใช้กัญชาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดปัญหาต่อสังคม รวมถึงยังมีกฎหมายระดับรองอย่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่ห้ามสูบ ห้ามจำหน่ายให้เด็ก การคุมเข้มการใช้ช่อดอก ใครฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
“ยืนยันตั้งแต่ดำเนินนโยบายให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ยังไม่มีปัญหาใดที่ควบคุมไม่ได้ ส่วนคนที่แอบขาย แอบสูบคือ จงใจทำผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดี” นายอนุทินกล่าว

