ชูวิทย์ โพสต์จบภารกิจ นิพิฏฐ์ ให้กำลังใจ แนะ ตร.ต้องปกป้อง อย่าให้พลเมืองดี ต้องท้อแท้
จากกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ออกมาเปิดโปง พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินของ กลุ่มทุนจีนสีเทา จนนำไปสู่การจับกุม นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว ตามที่สื่อสำนักต่างๆ ได้เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด (24 พ.ย.) นายชูวิทย์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กต่อเรื่องราวดังกล่าวว่า “จบภารกิจ แต่ยังไม่หมดหน้าที่ เสมือนหนึ่งผมอยู่ที่บ้าน ยืนที่หน้าต่าง แล้วมองเห็นขโมยกำลังปีนเข้าบ้านของเพื่อนบ้านผม หน้าที่ผมคือสังเกต และแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาจับขโมยได้ เป็นอันว่า “ภารกิจ” ของเพื่อนบ้านที่ช่วยกันดูแลได้จบไป แต่หน้าที่ยังไม่หมด หากพบขโมยอีก ก็ต้องช่วยอีก
“เรื่องทุนจีนสีเทา ได้ให้ข้อมูลตำรวจไปหมด และชี้ให้เห็นภยันตรายของมาเฟียทั้ง 5 กลุ่มแต่แรก มีบางเรื่องที่ผมไม่อาจพูดได้ แต่แนวทางผมชัดเจน และมุ่งไปที่เรื่อง ‘ยาเสพติด’ ที่รับไม่ได้ และเชื่อว่า ไม่มีใครรับได้ในบ้านเมืองนี้ ผมจึงต้องเดิมพันเดินหน้าชนด้วยทุกวิถีทาง มันเป็นบุญของบ้านเมือง ที่ผมได้มีผู้ใหญ่ที่เห็นประโยชน์ และสนับสนุนให้ผมจบภารกิจนี้ลงได้
“แม้ว่าจะมีเพื่อนบ้านเลวๆ พยายามบอกว่า ไอ้หัวขโมยทำร้ายสังคมเป็นคนดี โดยตะโกนออกสื่อขัดขวางการแจ้งตำรวจของผม และหวังเพียงประโยชน์จากหัวขโมยนี้ มาแบ่งปันทรัพย์สินที่ได้มา แต่เชื่อว่า สังคมคงทราบ และดูออก หากเราไม่ดูแลปกป้องซึ่งกันและกัน วันหนึ่งขโมยมันจะขึ้นบ้านเราเสียเอง การ ‘ล้ำเส้น’ ไปถึงเรื่อง ยาเสพติด ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย แต่ไม่ใช่ภารกิจของผม
“หากจะทำบ่อนก็ทำไป สังคมยังพอรับได้กับอิทธิพลเทาๆ ที่สังคมไทยเคยชิน แต่หากเป็นเรื่อง ‘ยาเสพติด’ มันยอมกันไม่ได้ ดังนั้น ทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยกัน เพราะ ‘บ้านเมืองไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น’ มาเฟียจีนเหล่านี้ทำตามอำเภอใจ ด้วยการสนับสนุนของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง จะหลับหูหลับตากับเรื่องอะไรก็ได้ แต่นี่เป็นยาเสพติด หากท่านยังปล่อยให้ทำ แล้วนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ก็ระยำบัดซบเต็มที”
“คำสรรเสริญเยินยอ ตำแหน่งแห่งหน อำนาจวาสนา มีมาแล้วแต่ไม่ช้าก็หมดไป ไม่มีใครที่อยู่ตลอดกาล ที่สำคัญทำอะไรเอาไว้ก่อนไปต่างหาก ภารกิจจบ แต่หน้าที่ยังไม่หมด ในฐานะพลเมืองของสังคมนี้ จะกลับมาอีกครั้งเมื่อบ้านเมืองต้องการ”
ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้ ให้กำลังใจคุณชูวิทย์ (2) ว่า “ผมเขียนเรื่องนี้ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ผมติดตามข่าว คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เดินสายยื่นหนังสือต่อหน่วยงานต่างๆ ให้สอบแก๊งต่างชาติ ที่เข้ามาค้ายาเสพติดและฟอกเงิน
“ผมว่า คุณชูวิทย์ ทำได้เกินหน้าที่พลเมืองดีที่พึงกระทำแล้ว ผมว่า ท่านเริ่มเหนื่อยแล้ว คุณชูวิทย์ กำลังเขยื้อนก้อนน้ำแข็งในมหาสมุทร แต่หารู้ไม่ว่า ก้อนน้ำแข็งที่เขยื้อนนั้น เป็นเพียงยอดน้ำแข็ง ส่วนก้อนน้ำแข็งจริงๆ ใหญ่โต มหึมา อยู่ใต้น้ำ
“ผมไม่ได้ให้คุณชูวิทย์ท้อแท้ ผมเพียงให้กำลังใจ และเตือนนิดหน่อยในฐานะคนเคยเป็นผู้แทนราษฎร และเคยทำงานด้วยกันว่า สังคมนี้เลวร้ายเกินกว่าที่คุณชูวิทย์จะกวาดล้างให้สะอาดในเร็ววัน แปลกไหมครับ เรื่องนี้ ไม่มีผู้แทนราษฎรคนไหน เอาใจใส่ เป็นธุระเลย ผมว่า เรื่องนี้คุณชูวิทย์ทำหน้าที่ได้ดีกว่าผู้แทนราษฎรในสภาทุกคนรวมกันเสียอีก
“ผมเริ่มเห็นคุณชูวิทย์เหนื่อยล้าแล้ว ถึงตอนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเป็นต้องเลือกข้างแล้ว ว่าจะปกป้องใคร ปกป้องคุณชูวิทย์ที่ออกมาทำเรื่องนี้ หรือปกป้องคนที่ระรานคุณชูวิทย์”
แน่นอน ชีวิตคุณชูวิทย์ไม่ได้ขาวบริสุทธิ์ทั้งหมดหรอก แต่สำหรับเรื่องนี้ คุณชูวิทย์ คือ “พลเมืองดี”
“ระวังนะครับ มีคำกล่าวว่า ‘สังคมเลว เพราะคนดีท้อแท้’ อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย”

