สถานีคิดเลขที่ 12 : รับนายกฯขวัญใจคนใต้

25.11.22 | 09:25 น.
รับนายกฯขวัญใจคนใต้

รับนายกฯขวัญใจคนใต้

หลังจบการประชุมเอเปคก็เกิดความร้อนแรงทางการเมืองขึ้นทันที โดยมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอำลา พี่ป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อยแล้ว เป็นการตอกย้ำข่าวการย้ายไปเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่สะพัดมาตลอด

ประเด็นสำคัญคือ มีการสำรวจพบว่ากระแสนิยม พล.อ.ประยุทธ์นั้น มีสูงอย่างมากในพื้นที่ภาคใต้ โดยในพื้นที่ภาคนี้มีมวลชนจำนวนมากที่ยังต่อต้านฝ่ายทักษิณอย่างเข้มข้น ทำให้นึกถึงภาพม็อบนกหวีดที่ออกมาไล่ยิ่งลักษณ์ ก็มาจากชาวปักษ์ใต้เป็นจำนวนมาก

ทั้งยังมีความเชื่อว่ามีแต่ พล.อ.ประยุทธ์นี่แหละ ที่พอจะมีบารมีเป็นนายกฯเพื่อหยุดยั้งอีกขั้วได้

ประกอบกับแกนนำของรวมไทยสร้างชาติ ก็คือ ผู้นำม็อบ กปปส. เครือข่ายของสุเทพ เทือกสุบรรณ

Advertisement

ดังนั้น รวมไทยสร้างชาติกับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงลงตัวมากสำหรับพื้นที่ภาคใต้

ผลสะเทือนที่ตามมา จึงเกิดกับ ส.ส.ในภาคใต้ของพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ ทำท่าจะย้ายตามมาพรรคใหม่กันไม่น้อย

แต่จะตามไปมากน้อยเพียงใด จะทำให้พลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์อ่อนลง หรือยิ่งเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น ต้องรอดูกันต่อไป

เอาเป็นว่าขณะนี้กระแสประยุทธ์กับพรรครวมไทยสร้างชาติ และพื้นที่ภาคใต้ กำลังคึกคักอย่างมาก

ในท่ามกลางความคึกคักดังกล่าว พอมาเกิดเหตุรุนแรงที่จังหวัดนราธิวาส ปฏิบัติการคาร์บอมบ์ถล่มแฟลตที่พักตำรวจเมืองนราธิวาส สูญเสียชีวิตตำรวจและบาดเจ็บจำนวนมาก อาคารพังพินาศ เสียหายร้ายแรง

อันบ่งบอกถึงขีดความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นของไฟใต้

ทำให้เกิดคำถามต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่บริหารประเทศมา 8 ปี ใช้อำนาจพิเศษและกองกำลังความมั่นคงทุ่มโถมลงไปมากมาย พร้อมเงินงบประมาณมหาศาล

แต่ไม่มีทีท่าจะคลี่คลายความรุนแรงลง อีกทั้งยังขัดกับหลักที่มีบทสรุปกันไปแล้วว่า การก่อการร้ายที่มาจากความคิดอุดมการณ์ ต้องแก้ที่โต๊ะเจรจา ไม่ใช่การทหารนำการเมือง

ปฏิบัติการคาร์บอมบ์ที่หวนกลับมาอีกครั้ง อธิบายระดับไฟใต้ที่ลุกโชนขึ้นได้อย่างดี

ทั้งยังกลายเป็นคำถามถึงความเป็นนายกฯขวัญใจคนใต้ของ พล.อ.ประยุทธ์อีกด้วย

อย่างน้อยประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ต้องทุกข์ทนกับสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง จะคิดเช่นไรกับนายกฯขวัญใจคนใต้ จะมองว่าเป็นขวัญใจของเขาด้วยหรือไม่

ทำให้นึกถึงช่วงการประชุมเอเปค ที่มีการนำเอาอาหารภูมิปัญญาท้องถิ่นของตากใบ นราธิวาส คือ ปลากุเลาเค็ม ไปขึ้นโต๊ะเสิร์ฟผู้นำเอเปค

เป็นแนวคิดที่ดูดี ดึงเอาอาหารของท้องถิ่นไทยมาอวดผู้นำจากทั่วโลก

เพียงแต่ความเป็นปลากุเลาเค็มจากตากใบ ทำให้ต้องนึกถึงภาพสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่นี้ และเห็นการแก้ปัญหาที่ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นของรัฐบาล

จึงมีความย้อนแย้งบางประการให้เห็นอยู่

รวมทั้งกระแสความเป็นนายกฯยอดนิยมของคนใต้ กับเหตุคาร์บอมบ์ที่ชายแดนใต้ ก็ย้อนแย้งกันไม่น้อย

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน