‘รร.-ท่องเที่ยว’ฝ่าดงหนามฟื้นธุรกิจ ปัญหารุม‘ตั๋วบินแพง-แรงงานขาด’

26.11.22 | 11:18 น.

หมายเหตุความเห็นภาคธุรกิจการท่องเที่ยวโรงแรม กรณีมติ ครม.เห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” (Soft Loan) Re-Open ธุรกิจโรงแรมและ Supply Chain ของโรงแรม เพิ่มสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี     

นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ)

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์ซอฟต์โลน เอื้อให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจรายย่อยเข้าร่วมได้ด้วย พร้อมขยายเวลากู้เงินจาก 5 ปี เป็น 7 ปี มองว่า ไม่ได้ช่วยแค่ธุรกิจเอสเอ็มอีเท่านั้น แต่ช่วยธุรกิจในทุกขนาด เนื่องจากเงื่อนไขเดิมก่อนหน้านี้กำหนดให้ธุรกิจต้องมีผลกำไร

Advertisement

3 ปีย้อนหลัง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นต้องมีผลกำไร 5 ปีย้อนหลังแทน ถือว่ามีเหตุมีผลมากกว่า รวมทั้งเพิ่มความชัดเจนในการพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีประวัติชำระหนี้ดี หรือมีหนี้ค้างชำระ และมีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว แต่สามารถชำระหนี้ได้ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องไม่มีหนี้ค้างชำระก่อนวันยื่นขอเข้าโครงการ เงื่อนไขนี้ถือว่าดีมาก อยากให้รัฐบาลช่วยผู้ประกอบการเหล่านี้ฟื้นตัวให้ได้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังจะเข้ามาอย่างเต็มที่ในอนาคต

หากประเมินในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะมีกำไรได้อย่างไร เพราะเจอโควิด-19 ระบาดตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้เงื่อนไขที่ปรับเปลี่ยนนี้ จะช่วยให้โรงแรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ประกอบกับตอนนี้ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวมากขึ้นแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจจึงมีพลังในการสร้างรายได้มากขึ้น ถือเป็นจังหวะที่ดี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 60,000 คนต่อเดือน

การปรับปรุงหลักเกณฑ์สินเชื่อซอฟต์โลนจะสนับสนุนให้โรงแรมกลับมาเปิดบริการเพิ่มมากขึ้นอีก ปัจจุบันที่เห็นโรงแรมเปิดบริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวหลัก อาทิ ภูเก็ต และเกาะสมุย แม้ยังเห็นมีส่วนหนึ่งที่ปิดดำเนินการอยู่ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ประมาณ 50-52% เทียบกับต้นปีที่เริ่มจาก 10-20% และโรงแรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมก็เปิดเกือบ 100% แล้ว ส่วนโรงแรมที่เห็นการเปลี่ยนมือหรือมีต่างชาติเข้ามาซื้อลงทุนนั้นจะเป็นโรงแรมที่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ เนื่องจากมีศักยภาพในการสร้างรายได้และคืนทุนได้ ทำให้เป้าหมายยังเป็นภูเก็ต หรือจังหวัดทางภาคใต้ แต่เท่าที่เห็นข้อมูลพบว่า ในกรุงเทพฯก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันอยู่บ้าง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ไม่ใช่เพียงโรงแรม 5 ดาวหรือมีขนาดใหญ่เท่านั้น แต่มีการซื้อขายโรงแรมในระดับ 3-4 ดาวด้วย

ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ทุกโรงแรมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหาพนักงานไม่ได้เลย มีการแย่งซื้อตัวคนงาน แม้ตอนนี้จะปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำขึ้น ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่แรงงานก็ยังขาดแคลนอยู่ดี โดยการแก้ปัญหาโรงแรมจะมีการจ้างพนักงานแบบชั่วคราว หรือพนักงานรายวันมากขึ้นแทน โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีอัตราการเข้าพักเพิ่มสูงขึ้นเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้น อาทิ พัทยา หัวหิน การจ้างพนักงานรายวันเข้ามาช่วยเสริม ซึ่งก็จะมีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่าปกติด้วย

บวกกับการจ้างแรงงานต่างด้าวมากขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งในระดับปฏิบัติการ อาทิ แม่บ้าน คนสวน พนักงานล้างจาน งานในกลุ่มนี้จะต้องใช้แรงงานต่างด้าวเข้ามาช่วยเสริม เนื่องจากแรงงานที่เป็นคนไทยหายากมาก โดยเฉพาะได้จังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ อาทิ ภูเก็ต มองว่ารัฐบาลควรจะต้องช่วยแก้ปัญหาในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการทำให้สามารถจ้างแรงงานต่างด้าวแบบถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น อาทิ ขั้นตอนการเดินเอกสารต้องไม่ยุ่งยาก ทำด้วยตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องผ่านคนกลางต่างๆ เนื่องจากในปัจจุบันการจ้างแรงงานต่างด้าว ต้องทำผ่านคนกลางเกือบทั้งหมด

ปัญหาเรื่องเที่ยวบินไม่เพียงพอและราคาตั๋วแพง เป็นประเด็นใหญ่ที่เกิดจากหลายปัจจัย อาทิ การไม่มีความต้องการ (ดีมานด์) มากเพียงพอ มีจำนวนที่นั่งไม่คุ้มค่าในการบิน หรือไม่มีเที่ยวบินเพียงพอ ทำให้ราคาตั๋วแพง รวมถึงพนักงานไม่เพียงพอด้วย ธุรกิจการบินเกิดการขาดแคลนแรงงานเช่นกัน การที่สายการบินจะกลับมาเพิ่มขึ้นนั้น ต้องมีความคุ้มค่าทั้งการขนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา และการขนคนไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศด้วย ต้องสร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสายการบินเพิ่มความถี่ในการบินและเพิ่มเส้นทางการบินกลับมาแล้ว

ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์       

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา

สถานการณ์ของธุรกิจโรงแรมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในปี 2566 ฟื้นตัวขึ้นบ้างแต่ไม่น่าจะเต็มที่ มาจากหลายปัจจัย อาทิ สภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว และสถานการณ์โรคโควิด-19 ไม่แน่นอน หลายคนรู้สึกกังวลอีกครั้ง ส่วนกรณี ครม.มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์ซอฟต์โลนสำหรับธุรกิจโรงแรม ให้รายย่อยเข้าร่วมโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก แต่ต้องดูว่าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จริงหรือไม่ เพราะมีเสียงบ่นว่า ธนาคารยังคงมีหลักเกณฑ์การกู้เงินที่ยิบย่อยหลายอย่างทำให้กู้สินเชื่อไม่ได้ พากันถอดใจ หากเป็นผู้ประกอบการโรงแรมรายใหม่ ไม่เคยกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินใดก็จะยิ่งเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก เป็นลูกค้าใหม่อาจจะไม่เข้าเกณฑ์กู้ได้ เช่น เรื่องงบดุลการเงินสถาบันการเงินบางแห่งระบุไว้ จะต้องมีกำไรภายในกี่ปีมาประกอบหลักฐานการยื่นกู้ด้วย หลักเกณฑ์นี้ ผู้ประกอบการใหม่จะไม่มีเพราะเพิ่งเปิดกิจการ แถมเจอโควิดระบาดอีก จะให้มีกำไรได้อย่างไร แค่ประคองให้อยู่รอดไปได้ก็ดีแล้ว 

ผู้ประกอบการรายเก่าที่เคยกู้ก็มีหลายรายที่ยังมีหนี้คงค้าง ใครสายป่านไม่ยาวต้องปิดกิจการลง แต่ใน จ.นครราชสีมามีแค่ 2-3 ราย และอีกหลายรายรอดูสถานการณ์อยู่ จ.นครราชสีมา มีโรงแรม 471 แห่ง ห้องพัก 17,803 ห้อง เป็นโรงแรมใน อ.ปากช่อง 208 แห่ง ห้องพัก 8,021 ห้อง ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ เรื่องการขยายเวลากู้เงินจาก 7 ปี เป็น 10 ปี จะช่วยผู้ประกอบการได้อย่างมาก ทำให้มีเวลาผ่อนชำระหนี้ได้นานขึ้น และเงินที่ต้องผ่อนจ่ายรายปีก็ลดลง ผู้ประกอบการจะเหลือเงินบางส่วนไปใช้ปรับปรุงกิจการโรงแรมได้จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการขยายเวลากู้เงินเพื่อให้ผู้ประกอบการเดินต่อไปได้

ส่วนการขาดแคลนแรงงานเกิดการแย่งตัวกันเป็นเรื่องปกติ เพราะในช่วงไฮซีซั่น หลายๆ แห่งจะหากลยุทธ์ดึงตัวพนักงาน เช่น ทำงานช่วงสั้นๆ แต่ให้ค่าแรงที่แพงกว่า เป็นต้น ประกอบกับโควิดระบาด ทำให้แรงงานกลับภูมิลำเนา หรือไปประกอบอาชีพอื่นก็มีมาก โรงแรมต้องประคองแก้ปัญหากันไป หาพนักงานชั่วคราวมาทำงานจะช่วยได้มาก พนักงานประจำที่กลับมาทำงานตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่มากกว่า 

แต่มีหลายแห่งที่มีปัญหาเรื่องไม่มีที่พักให้พนักงาน เคยหารือกับสถาบันการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องการส่งนักศึกษาฝึกงานเข้ามาช่วย ได้เสนอให้แต่ละสถาบันส่งนักศึกษาไปฝึกงานสลับช่วงเวลากัน อาจจะคนละไตรมาส เพื่อจะได้มีนักศึกษาไปฝึกงานโรงแรมได้ตลอดทั้งปี

ละเอียด บุ้งศรีทอง        

ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยออกนโยบาย แต่คนที่ดำเนินการคือธนาคารพาณิชย์ซึ่งไม่ได้ขับเคลื่อนตามนโยบาย เพราะแบงก์สาขา หรือภูมิภาคต้องรอคำสั่งแบงก์ใหญ่ให้ออกโปรโมชั่น 3 เดือน 5 เดือน การเข้าถึงค่อนข้างยุ่งยาก ครั้งนี้ ครม.มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์ซอฟต์โลน สำหรับธุรกิจโรงแรมและให้รายย่อยเข้าร่วมได้ ขยายเวลากู้เงินจาก 7 ปี เป็น 10 ปี จะช่วยได้จริงหรือ เพราะแบงก์เฉยเนื่องจากไม่อยากมีเอ็นพีแอล หรือหนี้เสีย

ประเด็นคือผู้ประกอบการจะพร้อมหรือไม่ อาจจะรอดตายมาจาก 3 ปีที่ผ่านมา แต่จะแต่งตัวอย่างไรให้แบงก์เชื่อว่าจะมีรายได้ มีตลาด มีกำลังที่จะชำระหนี้ได้ ที่ผ่านมาโรงแรมปิดตัวไปกว่า 30% ยังไม่มีรายได้กลับมาเปิดใหม่ได้ และการปิดไป 2 ปีกว่า การจะกลับมาต้องใช้เงินมากในการปรับปรุงใหม่ ศักยภาพในการจะทำธุรกิจ โดยเฉพาะพวกรายเล็กแบบเอสเอ็มอี ตลาดเดิมยังอยู่หรือเปล่า หรือว่าเมื่อเปิดโรงแรมในช่วงปี 2019 ทำได้ดีมีรายได้ดีมีลูกค้าหรือเปล่า แต่ต้องปิดตัวลงไป 3 ปี พอจะกลับมาใหม่ทิศทางในปี 2023-2025 จะเป็นอย่างไร ตลาดโรงแรมยังแข็งแรงหรือเปล่า ส่วนการเปลี่ยนมือก็มีบ้าง แต่การซื้อขายไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะซื้อแล้วจะทำอะไรต่อได้ แต่การออกนโยบายก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

เรื่องการซื้อตัวบุคลากรไม่มีเลย แต่การไม่มีแรงงานถือว่าหนักมาก เมื่อคนเหล่านี้ออกไปแล้วไม่กลับมาอีก เข็ดว่าหากกลับมาแล้วจะเจออะไรอีก กลับมาแล้วเจออัตราเงินเดือนใหม่ ต้องถูกต่อรอง รัฐก็ช่วยยาก ขณะที่การจะเปิดรับแรงงานต่างด้าว กระทรวงแรงงานจะเข้าใจหรือไม่ ทั้งแรงงานจากลาว เวียดนาม เมียนมา มีข้อจำกัดมากในเรื่องการจ้างงาน ที่สำคัญทักษะการบริการและแรงงานก่อสร้างก็ต่างกัน ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีปัญหามากในขณะนี้

ส่วนเรื่องเที่ยวบินไม่เพียงพอ ต้องรอสายการบินว่าจะเพิ่มเที่ยวบินเมื่อไหร่ก็มีปัญหาในเรื่องบุคลากรเช่นกัน การจ้างนักบิน ผู้ช่วยนักบิน ลูกเรือ หรือแม้แต่เครื่องบินที่พร้อมจะบิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะมีศักยภาพพอ จากเดิมที่ จ.เชียงใหม่มีอัตราเที่ยวบิน 100 เที่ยวบินบวกๆ แต่ปัจจุบันอย่างมากก็ 40-60 เที่ยวบินต่อวัน ก็อยากให้กลับไปเป็นแบบเดิม ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินแพง กระทบมาก แต่จะให้บูมเหมือนเก่าก็ต้องรอ เพราะทุกอาชีพหนักหมด โรงแรมก็เพิ่มราคาไม่ได้ อยากให้กลับไปที่ 80% แต่ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินและโรงแรมก็มีราคาที่ชัดเจน 

ปีหน้าสถานการณ์โรงแรมน่าจะขยับดีขึ้น แต่ในมิติไม่โตแบบบุ่มบ่าม แต่จะค่อยๆ โต ไตรมาสที่ 1 น่าจะมีตัวเลขเข้าพัก 70% จากจำนวน 4 หมื่นห้อง แต่ไตรมาสที่ 2-3 ไม่แน่ใจ ต้องรอดูสายการบินทั้งระหว่างเมือง ภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศเอเชีย เอเชียแปซิฟิก เซาธ์อีสเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่ต้องโตควบคู่กันไป แต่ก็เชื่อว่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ

สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา       

นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา

หลัง ครม.มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์ซอฟต์โลนสำหรับธุรกิจโรงแรมและให้รายย่อยเข้าร่วมได้ขยายเวลากู้เงินจาก 7 ปี เป็น 10 ปีนั้น การปรับปรุงหลักเกณฑ์จะช่วยผู้ประกอบการโรงแรมได้ในระดับหนึ่ง หากเป็นได้อยากให้รัฐบาลเพิ่มวงเงินซอฟต์โลนให้มากขึ้น วงเงินที่รัฐบาลให้นั้นก็ถือว่าช่วยเหลือสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการได้มาก แต่ไม่ควรมองข้ามผู้ประกอบการ

รายใหญ่ อยากให้ลดดอกเบี้ยลงมา เพราะตั้งแต่กลับมาเปิดกิจการ ผู้ประกอบการโรงแรมต้องใช้เงินปรับปรุงโรงแรม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ก็ปรับเพิ่มราคามากขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้น การเปิดซอฟต์โลนจะเป็นการประคองธุรกิจ ที่สำคัญควรจะมีการยืดหยุ่นพิจารณาปล่อยเงินกู้ เพราะหากพิจารณาผลประกอบการย้อนหลังไปในช่วง 2-3 ปี คงเป็นไปได้ยากที่จะเข้าถึงแหล่งเงิน

ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการโรงแรมเกือบทั้งหมดกลับมาเปิดให้บริการแล้ว และมีบางแห่งที่เจ้าของไม่ตั้งใจจะประกอบกิจการอีกแล้ว หรือแม้แต่การซื้อขายเปลี่ยนมือ ส่วนโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ยังไม่เกิดขึ้นเนื่องจากราคายังสูง โรงแรมที่ประกาศขายส่วนใหญ่เป็นโรงแรมดั้งเดิมไม่ได้เดือดร้อนอะไร

สำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลานั้นค่อยๆ ดีขึ้น ตั้งแต่เปิดด่านครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2565 นักท่องเที่ยวกลุ่มก้อนมากขึ้นไม่ว่ากลุ่มทัวร์ กลุ่มรถ กลุ่มกิจกรรมต่างๆ โดยเดือนธันวาคมเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเพิ่มมากขึ้น ส่วนทิศทางธุรกิจโรงแรมในปีหน้านั้น มีการหารือกันร่วมกันประเมินว่าตั้งแต่เปิดด่านนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเพิ่มขึ้น ทำอย่างไรที่จะประคองตัวเลขนักท่องเที่ยวเดิมเอาไว้ และร่วมกันขับเคลื่อนหาดใหญ่กับสะเดา ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำโรดโชว์ท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงเปิดตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

เรื่องการขาดแคลนแรงงานนั้น ในช่วงโรงแรมเปิดพร้อมกันก็มีปัญหา แรงงานส่วนหนึ่งก็ได้งานใหม่แล้วบ้างเกษียณตัวเองบ้าง แต่ตอนนี้ค่อยๆ เติมเต็ม ล่าสุด ได้ทำเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ให้นักศึกษาภาคการโรงแรม เปลี่ยนจากการฝึกงาน 3 เดือน มาเป็นพนักงานโรงแรมเลย 1 ปี จะมีค่าตอบแทนเป็นทุนการศึกษา แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ได้อย่างดี