นักวิชาการ ชี้ รัฐไทยอยากศิวิไลซ์แต่ไม่เนียน ยกปมปราบม็อบเอเปค เชื่อชาวโลกรู้ทัน

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่มติชนอคาเดมี ถนนเทศบาลนิมิตใต้ ซอย 12 ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร สำนักพิมพ์มติชน จัดงาน “สมานมิตรฯ Return เปิดโกดังหนังสือดี” วันนี้เป็นวันที่ 3 โดยจะมีไปจนถึง 4 ธันวาคม ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 19.00 น.

โดยเมื่อเวลา 13.00 น. มีการเสวนาหนังสือ รัฐสยดสยอง เบื้องหลังอำนาจรัฐศิวิไลซ์ โดย น.ส.ภัทรนิษฐ์ สุรรังสรรค์ ผู้เขียน ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ (อ่านข่าว ผู้เขียน ‘รัฐสยดสยอง’ เล่าเป็นฉาก ประหาร-ประจาน-ทรมานสุดโหด ‘นักโทษ’ ยุคจารีต ครอบคลุมชาตินี้ถึงชาติหน้า)

ในช่วงท้าย รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ สอบถามว่า รัฐแบบจารีตและรัฐที่พยายามจะศิวิไลซ์นั้นกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไร

น.ส.ภัทรนิษฐ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐแบบจารีตจะเน้นกระบวนการลงโทษที่โหดร้ายทรมานเค้นให้รับสารภาพให้ได้ จินตนาการของการลงโทษ การทำร้ายร่างกายนั้นโหดและสุดขั้วมาก ไม่ว่าจะเป็นการเอาผ้าชุบน้ำมันพันและเผา แต่ในบันทึกชาวต่างชาติจะพบว่าในการที่รัฐไทยจะประหารชีวิตคนมีความโหดมาก คือมีการนำศพนักโทษไปสับให้ละเอียดและโยนให้นกแร้งและสุนัขกิน หรือบางคนที่ยังติดคุกอยู่และรอคำตัดสินนานหลายปีจนตัวนักโทษเสียชีวิตในคุกไปแล้ว ซึ่งเมื่อมีคำตัดสินออกมาว่าผิดจริงรัฐไทยก็จะนำศพนักโทษคนนั้นไปแขวนคอต่อ หรือบางกรณีมีการนำไปตัดศีรษะในที่สาธารณะโดยทำการมอมฝิ่นก่อนจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวด นอกจากนี้ยังมีวิธีที่โหดร้ายคือการเอาเล็บนิ้วออกให้หมด การตัดมือ ตัดเท้าออก และให้สักหน้าผากว่าทำผิดอะไรมาซึ่งได้รับทั้งความทรมานและความอับอายที่ทำผิดครั้งเดียวแต่ติดตัวไปตลอดชีวิต นี่เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงยุคจารีต แต่เมื่อรัฐเห็นว่าเราต้องปรับตัวเองให้ศิวิไลซ์แล้วยังมองว่ากระบวนการต่างๆที่ทำให้นักโทษทุกข์ทรมาน การลงโทษ การเฆี่ยน ที่ไม่จำเป็นทั้งหลายนั้นไม่ต้องนำมาใช้ แค่นำตัวไปประหารชีวิตก็พอ แต่ในความเป็นจริงรัฐก็จะมีข้อยกเว้นสำหรับนักโทษที่ทำความผิดที่เป็นกบฏคือการยิงหรือฆ่าทิ้งรวมกันเพื่อให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว

Advertisement

“จนถึงทุกวันนี้สังคมไทย รัฐไทย ก็ยังคงใช้ระบอบความสยดสยองอยู่ และในขณะเดียวกันเขาก็ยังมีความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำมันถูกต้องแล้ว มันเนียนแล้ว เขาต้องการที่จะทำให้ตัวเองศิวิไลซ์ในสายตาของชาวโลก ต้องการให้ชาวโลกยอมรับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวโลกถ้าเขามองเข้ามาเขาก็มองเห็นเราอย่างทะลุปรุโปร่ง เขารู้ว่าอะไรมันคืออะไร อะไรคือสิ่งที่รัฐไทยทำ อะไรคือสิ่งที่รัฐไทยพยายามจะเก็บซ่อน อย่างกรณีล่าสุด เอเปคที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาชุมนุมในวาระพิเศษ ในขณะที่มีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือน ซึ่งการชุมนุมแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ปกติที่เกิดขึ้นได้ในประเทศที่เจริญแล้ว แต่รัฐไทยก็กลับพยายามกลบเกลื่อน ปราบปรามทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งความจริงแล้วแขกบ้านแขกเมืองเขาก็รู้ดีว่าอะไรมันคืออะไร เช่นมีการปฏิเสธไม่จับมือทักทายด้วยก็แสดงให้เห็นว่าเขามองว่าผู้นำของเราตลกมากๆ” น.ส.ภัทรนิษฐ์ กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image