3 พ.เพื่อไทย ‘พลภูมิ เพ็ญพิสุทธิ์ พงศกร’ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ยุบสภา เปิดทาง รัฐบาลใหม่บริหารประเทศ ฟาดแรง 8 ปี ไร้ผลงาน นโยบายหาเสียงทำไม่ได้ มุ่งรักษาอำนาจ
นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองว่า ขณะนี้เป็นช่วงปลายรัฐบาล ที่ทุกพรรคการเมืองเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองเริ่มทยอยประกาศนโยบายในการแก้ไขปัญหาประเทศกันแล้ว แต่สิ่งที่เกิดคำถามในใจประชาชน คือนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะพรรคแกนนำหลักของรัฐบาล ที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ยังไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้เลย เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ต่อวัน, เงินเดือนผู้จบอาชีวะ 18,000 บาท และปริญญาตรี 20,000 บาท นโยบายมารดาประชารัฐ เป็นต้น ทำให้เห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้เลย มัวแต่สนใจแต่ประเด็นการเมืองเพื่อรักษาอำนาจของกลุ่มตัวเองไว้ให้ได้นานที่สุด
“วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสร้างดาวดวงใหม่เพื่อกลับมาเป็นนายกฯอีกรอบ แบบนี้แล้วประชาชนจะหวังพึ่งอะไรได้ นโยบายที่จะประกาศมาไม่มีอะไรรับประกันว่าจะได้รับความใส่ใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่เราเสนอนโยบายอะไรไว้เราทำได้จริง ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาตามที่เราประกาศไว้ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถทำสิ่งที่ตัวเองหาเสียงไว้ได้แบบนี้ก็ยุบสภาไปเลยดีกว่า ประเทศจะได้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงาน” นายพลภูมิกล่าว
ด้าน น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตยานนาวา บางคอแหลม กล่าวว่า 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเดือดร้อนจากพิษเศรษฐกิจ และคะแนนลำดับทุจริต Corruption Perceptions Index หรือ CPI คะแนนลดลงอย่างมาก จากภายใต้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลกระทบภาพรวมในการบริหาร และความไว้ใจจากประชาชน ที่ผ่านมารัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น ประชาชนมีความเดือดร้อน ทั้งด้านหนี้สิน ข้าวของแพง และ เงินเฟ้อ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ และหนี้ครัวเรือนเป็นระเบิดเวลาข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย การกระตุ้นเศรษฐกิจในการหารายได้เข้าประเทศนั้นมีไม่มากพอ เมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด จึงทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันมาก แต่รัฐบาลชุดนี้กลับให้ความสำคัญ ในการใช้งบประมาณซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายครั้ง ในขณะที่ประชาชนนั้นพบสถานการณ์ยากลำบาก แต่กลับใช้งบประมาณในสิ่งที่ไม่เร่งด่วน โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณในการจัดซื้ออาวุธ ทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมือง สังคมไทย ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ตนคิดว่า ควรทบทวนเรื่องบทบาทหน้าที่ของทหารว่า ทหารควรอยู่ในการเมืองต่อไปหรือไม่?
ขณะที่นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบประชาชนมีความเดือดร้อน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องความเป็นอยู่ ปัญหาสังคมไม่ได้รับการแก้ไข เช่น เรื่องยาเสพติดที่มีการระบาดอย่างหนัก แต่เจ้าหน้าที่ไม่เหลียวแล เป็นผลมาจากการบริหารที่ปล่อยปละละเลย ไม่เอาใจใส่ปัญหาอย่างจริงจัง มีเรื่องทีก็ขันนอตทีแบบที่เป็นอยู่ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จริงจังกับเรื่องนี้คงไม่มีใครกล้าแตกแถว แต่หากยังทำงานอยู่เหมือนเดิมปัญหานี้คงไม่ได้รับการแก้ไข ถึงอยากขอร้องว่าถ้าจะกลับมาเป็นนายกฯอีกแล้วไม่แก้ปัญหาให้ประชาชนเหมือน 8 ปีที่ผ่านมาอย่ากลับมาดีกว่า

