หน้าแรก การเมือง บทนำ : ผลจากศ...

บทนำ : ผลจากศก.โลก

30.11.22 | 13:35 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยเดือนตุลาคม 2565 ติดลบ 4.4% แต่ถ้าคิดเป็นเงินบาท บวก 6.7% สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าแร่และเชื้อเพลิง ล้วนแต่ติดลบ แต่รวม 10 เดือนยังเป็นบวกทั้งหมด ส่วนตลาดส่งออกหลัก เดือนตุลาคม ลบ 4.5% อาทิ สหรัฐ ลบ 0.9% จีน ลบ 8.5% ญี่ปุ่น ลบ 3.1% อาเซียน ลบ 3.6% เป็นต้น ส่วนตลาดที่ขยายตัวได้ดีในเดือนตุลาคม อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ (+103.5%) ซาอุดีอาระเบีย (+49.6%) ลาว (+28.8%) ทวีปออสเตรเลีย (+18.8%) เวียดนาม (+13.3%) ไต้หวัน (+6.3%) กัมพูชา (+5.2%) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (+4.1%) สหราชอาณาจักร (+3.7%) และเม็กซิโก (+1.1%)

รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลือเศรษฐกิจไทยมีโอกาสชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อโลกที่แผ่วลง ที่มีโอกาสที่จะติดลบ หรือบวกต่ำได้ทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าส่งออกรวมทั้งปี 2565 จะขยายตัวเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 4% จะได้เห็น 7-8% และมีมูลค่าเกิน 9 ล้านล้านบาท ซึ่ง 10 เดือนขยายตัวได้เกิน 9% หลายประเทศติดลบครั้งแรกในรอบหลายเดือน เช่น จีน สหรัฐ การส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน ภายใต้ กรอ.พาณิชย์ จะประชุมหารือและรับฟังปัญหา เร่งทำการส่งออกให้ดีที่สุด ปีก่อนเศรษฐกิจโลกบวก 6% ปีนี้เหลือบวก 3.2% ปีหน้าอาจเหลือบวก 2.7%

ทางออกที่รองนายกฯตระเตรียมคือ ระดมหน่วยงานต่างๆ ทำการบ้านเชิงลึก หาตลาดใหม่ทดแทน ที่เตรียมการไว้คือ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดี และน่าจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและประชาชนคนไทย จากการแถลงของนายจุรินทร์เห็นภาพชัดว่า เศรษฐกิจโลกกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสจากเรื่องของการท่องเที่ยว ขณะที่สินค้าอาหารของไทยยังเป็นที่ต้องการ อนาคตเศรษฐกิจประเทศในปี 2566 เป็นเรื่องน่าห่วงใย ภาครัฐต้องมีคำเตือนให้กับประชาชน และเร่งสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงมองหาโอกาสจากวิกฤตที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน