พรรคก้าวไกลกลายเป็นดาวรุ่งทางการเมืองที่ทุกโพลมีชื่อปรากฏ
ทั้งหัวหน้าพรรคอย่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนโยบายพรรคในด้านต่างๆ
ตามประสาคนชอบเห็นท้องถิ่นเข้มแข็ง เมื่อพรรคก้าวไกลชูนโยบาย “ทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า” จึงขอนำเสนอ
ตามข่าวที่ปรากฏ นโยบายดังกล่าวแบ่งเป็น 4 ด้าน 13 นโยบาย ประกอบด้วย
ด้าน “ผู้บริหารจังหวัดเรา เราเลือกเอง” มีนโยบาย
1.ประชามติยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ไม่มีใครตกงาน-เสียประโยชน์
2.เลือกตั้งนายกจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ
3.เลือกตั้งนายกเขต ทุกเขตใน กทม.
และ 4.ข้าราชการทุกสังกัด ศักดิ์และสิทธิเท่ากัน โยกย้ายก้าวหน้าได้
ด้าน “งบจังหวัดเรา เราตัดสินใจเอง” มีนโยบาย
5.เพิ่มงบจังหวัดจัดการตนเองทุกปี กำหนดรายละเอียดคร่าวๆ ไว้ดังนี้ ทั่วประเทศได้งบ 200,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี แต่ละจังหวัดได้จังหวัดละ 250 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี
แต่ละเมืองได้เมืองละ 100 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี และแต่ละตำบลได้ตำบลละ 20 ล้านบาทต่อปี ภายใน 4 ปี
6.นโยบายปรับสูตรกระจายงบให้เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพื้นที่ และ 7.ท้องถิ่นมีช่องทางหารายได้ใหม่ กู้เงิน-ออกพันธบัตร-ร่วมทุน
ด้าน “บริการสาธารณะในพื้นที่เรา เราจัดการเอง” มีนโยบาย 8.บริการสาธารณะถูก-เร็ว-ดี ท้องถิ่นจัดทำได้ทั้งหมด ยกเว้น ทหาร-ศาล-เงินตรา
9.ถ่ายโอน ถนน-คูคลอง-แหล่งน้ำ-ขนส่ง-สิ่งแวดล้อม-พิสูจน์สิทธิที่ดิน-โรงงาน-โรงแรม-สถานบริการ
และ 10.ยกเลิกกฎระเบียบและคำสั่ง คสช.ที่ล็อกคอ-ล้วงลูกท้องถิ่น ภายใน 100 วัน
และด้าน “ท้องถิ่นเรา เราร่วมตรวจสอบได้เอง” มีนโยบาย 11.ท้องถิ่นโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลงบประมาณทุกบาท-จัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอน
12.ประชุมสภาพลเมือง ทุกคนมีส่วนร่วม ทุกท้องถิ่น ทุกไตรมาส และนโยบาย 13.ประชาชนเข้าชื่อออนไลน์ เสนอโครงการ-ข้อบัญญัติ ถอดถอนท้องถิ่นได้
นายพิธาขยายความนโยบายดังกล่าวในวันแถลงว่า พรรคมีเป้าหมายที่จะปลดล็อกความกระจุกตัวของอำนาจและความเจริญ ด้วยการทำให้ประชาชนทุกจังหวัดมีอำนาจและทรัพยากรเพียงพอในการกำหนดอนาคตของตัวเอง
ในมุมมองของก้าวไกลเห็นว่า นโยบายกระจายอำนาจคือนโยบายเศรษฐกิจ เพราะการกระจายอำนาจนำไปสู่การระเบิดพลังทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่
และหากกระจายอำนาจคู่ไปกับการเพิ่มเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล จะทำให้การคอร์รัปชั่นลดลง
ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บอกวิธีที่ทำให้นโยบายดังกล่าวเป็นจริง
นายธนาธรบอกว่า ต้องขับเคลื่อน 2 ทางควบคู่กัน
หนึ่ง คือ การขับเคลื่อนจากล่างขึ้นบน ผ่านการสร้างผู้บริหารท้องถิ่นที่มีศักยภาพ พิสูจน์ว่าท้องถิ่นพร้อมบริหาร และพร้อมพัฒนาเมืองตัวเอง
อีกหนึ่ง คือ การขับเคลื่อนจากบนลงล่าง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญและแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดการทำงานของท้องถิ่น
การแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นดังกล่าวมีประชาชนลงชื่อกว่า 76,591 คน
และเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน
นายธนาธรมีความหวังว่า การขับเคลื่อน 2 ทางจะมาบรรจบกันที่เส้นชัยในวันหนึ่ง
เป็นเส้นชัยที่ทำให้ประเทศไทยพ้นจากประเทศกำลังพัฒนา
รายละเอียดเรื่องการกระจายอำนาจตามแนวคิดดังกล่าว ต้องติดตามจากการประชุมสภา
ใครเห็นด้วย-เห็นต่างประการใดก็ได้
แต่ต้องฟังก่อน แล้วจึงมีความเห็น

