หน้าแรก การเมือง เฮ้ง ย้ำจุดยื...

เฮ้ง ย้ำจุดยืนข้างประยุทธ์ ‘บิ๊กป้อม’ สั่งเช็กชื่อ ส.ส. กลุ่มสามมิตร-ปากน้ำยังเหนียว

30.11.22 | 07:55 น.

‘เฮ้ง’ เปิดใจไขก๊อก กก.พปชร. ย้ำจุดยืนอยู่กับ ‘บิ๊กตู่’ ด้านบิ๊กป้อมสั่งเช็กชื่อ ส.ส. ขณะที่กลุ่มสามมิตร-ปากน้ำยังเหนียว

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลาออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเรียบร้อยแล้วว่า อยากให้ได้ฟังความชัดเจนจากปากของตน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เข้าไปกราบลาหัวหน้าพรรคแล้วจากการเป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งสื่อมวลชนเห็นอยู่แล้วว่ามีความชัดเจนในหลายๆ เรื่อง และการที่ไปโฟกัสตำแหน่งสำคัญในพรรค พปชร.ก็ไม่ใช่ตัวตนของตัวเอง เพราะเป็นคนที่ชัดเจนมาตลอด

อีกทั้งผู้ใหญ่ในพรรคที่มีความสามารถและมีความสำคัญก็มีอีกหลายคนที่พร้อมทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค ดังนั้น จึงคิดว่าต้องถอยออกมาเพื่ออย่าไปขวางให้พรรค พปชร.เติบโตและเดินหน้าไปได้ จึงต้องแสดงจุดยืนในการเข้าไปกราบลาหัวหน้าพรรค ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีผลแล้ว ได้แสดงความชัดเจนและไม่ต้องการให้ใครพูดบิดเบือน

“หัวหน้าเข้าใจ และผมเองให้ความเคารพรักท่านอย่างที่สุดอยู่แล้ว แต่เรื่องทางการเมืองผมเองต้องมีความชัดเจนและมีจุดยืน ซึ่งด้วยความเคารพก็รักและเคารพหัวหน้า แต่ก็ได้แสดงจุดยืนไปแล้วว่าในทางการเมืองครั้งต่อไปในอนาคตนั้น จะต้องออกมาทำภารกิจที่ตัวเองคิดเอาไว้ในใจมากกว่า ท่านเข้าใจ รับทราบ และเข้าใจผม ก็ลูบหัวผม และเข้าใจสิ่งที่ผมปฏิบัติ ซึ่งผมก็มีความชัดเจนและผมก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมา พูดจริง และทุกวันนี้ก็ยังให้ความเคารพหัวหน้าพรรคอยู่ ถึงจะไม่ได้อยู่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ก็อยากเห็นความชัดเจนมากกว่า ไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นตัวขวางหรือตัวถ่วงของใคร “นายสุชาติกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะนักการเมืองมองว่าการแยกทางของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ประวิตร สถานการณ์จะเป็นอย่างไร นายสุชาติกล่าวว่า ตรงนี้ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้น รอให้มีภาพความชัดเจนก่อนดีกว่า รอให้ถึงวันนั้นแล้วมันก็จะเห็นอะไรหลายๆ อย่าง ตอนนี้มันยังพูดไม่ได้ เพราะทั้งสองท่านยังมีความรักต่อกัน เหมือนตนที่ยังรักลุงป้อมอยู่เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในเรื่องของทางการเมืองมีความจำเป็น เหมือนเราที่จะต้องเลือกในสิ่งคิดว่าเราได้ประโยชน์ และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

เมื่อถามว่า หากสุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ย้ายไปอยู่พรรค รทสช.แล้วนายสุชาติจะทำอย่างไร “จุดยืนของผม ผมจะต้องไปช่วยนายกรัฐมนตรี ตัวตนผมอยู่ที่นายกฯ ผมอยู่กับนายกฯเป็นหลัก”

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะอยู่กับ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค พปชร. หรือจะย้ายพรรคไปกับ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยช่วงเช้าวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส.ส.ที่ตัดสินใจย้ายพรรค เข้าไปกราบลา พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด อาทิ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ที่ระบุว่าจะย้ายไปกับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.)

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ส.ส.พรรค พปชร.ที่แสดงเจตจำนงจะอยู่พรรค พปชร. ได้ทยอยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร อาทิ ส.ส.กลุ่มภาคใต้ ส.ส.สามมิตร ส.ส.กลุ่มปากน้ำ ส่วนความคืบหน้าการย้ายพรรคของ ส.ส.กทม. พบว่านายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. ที่เดิมจะย้ายไปอยู่กับนายพุทธิพงษ์ ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่บ้านพักเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อขอมาอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พรรค รทสช. ทำให้ขณะนี้ มี 4 ส.ส.กทม. พรรค พปชร.ตัดสินใจย้ายมาอยู่ รทสช. ได้แก่ นายประสิทธิ์ น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์

ส่วน ภาคใต้ ที่ย้ายออกจากพรรคไป มีจำนวน 4 คน ได้แก่ 1.นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช 2.นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา 3.นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา 4.ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา ส่วน ส.ส.ที่เหลือทั้งหมดจะยังอยู่กับพรรค พปชร. โดยมีนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช กรรมการบริหารพรรค เป็นแกนนำคนสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ร่วมจัดทัพบรรดาผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้

 

อ่านข่าวอื่น