‘ธนาธร’ โวยถูกผู้มีอำนาจเล่นงานฟ้อง ม.116 ลั่นพร้อมสู้คดี ต้องเอาประเทศกลับมาเป็น ปชต.ให้ได้ เมินกลยุทธ์ 2 ป.แยกกันเดิน
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีถือหุ้นสื่อว่า เรายืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมต่อสู้คดี ถือว่าอัยการได้มีคำตัดสินมาแล้ว ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรม ส่วนที่อัยการสูงสุดชี้ขาดมีคำสั่งฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น ร่วมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ยืนยันว่าคดีนี้ผู้มีอำนาจต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหยุดยั้งเรา ก็พร้อมสู้ทุกคดี ตนเข้ามาทำงานการเมืองวันนี้ 4 ปีแล้ว ไม่เคยมีครั้งไหนจะคิดทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเลย
“คดีความต่างๆ ที่เล่นงานผมและพรรคพวก ไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตร หรือแกนนำพรรคอนาคตใหม่อื่นๆ เป็นแรงผลักดันทางการเมือง เพื่อต้องการหยุดยั้งเรา ขอย้ำว่าคดีต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถหยุดยั้งความตั้งใจจริงของเราได้ เราจะทำงานเต็มที่ต่อไปเรื่อยๆ” นายธนาธรกล่าว
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ 2 ป.คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แยกกันเดิน นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ระบอบประยุทธ์ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยังอยู่หรือไม่ ระบอบประยุทธ์ก็ยังอยู่กับเรา ซึ่งระบอบประยุทธ์ใหญ่กว่าตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง มันอยู่ในประกาศคำสั่ง คสช. องค์กรอิสระต่างๆ และอยู่ในรูปแบบร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงวิธีคิดต่างๆ คิดว่ายังไงก็ต้องเอาประเทศไทยกลับมาเดินในแนวทางประชาธิปไตยให้ได้

“ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นหัวหน้าพรรคไหน จะทำการเมืองต่อหรือไม่ก็ตาม ยังไงก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้เรื่องที่มาขององค์กรอิสระ ผลักดันเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นต่อ ที่ คสช. ต่อมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2 ก็มีแนวโน้มปิดกั้นการกระจายอำนาจ” นายธนาธรระบุ
ถามย้ำว่า 2 ป.อยู่ด้วยกัน กับ 2 ป.แยกกันเดิน อย่างไหนสู้ยากกว่ากัน นายธนาธรกล่าวว่า ไม่มีความเห็น อย่างที่บอก เราพยายามตั้งใจทำงานให้เต็มที่มากที่สุด ให้ประชาชนเห็นความตั้งใจของเรา ปัจจัยอื่นๆ ที่ควบคุมและจัดการไม่ได้ไม่ต้องไปกังวล เรากังวลกับสิ่งที่อยู่ในขอบเขตที่เราสามารถทำให้ดีขึ้นได้ ส่วนที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขต อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราพร้อมรับทุกสถานการณ์
เมื่อถามว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ทันก่อนการเลือกตั้ง นายธนาธรกล่าวว่า แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับคงจะไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่พอมีหวังตอนนี้คือแก้รัฐธรรมนูญฉบับที่อยู่ในรัฐสภาวันนี้ คือเรื่องหมวด 14 ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น และการให้ประชาชนทำประชามติถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คิดว่า 2 เรื่องนี้พอมีความเป็นไปได้

เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เกี่ยวกับสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบหาร 100 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยังมีหวังที่จะสู้ชนะหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ก็ต้องถามพรรค ก.ก. ตนตอบแทนพรรค ก.ก.ไม่ได้ เชื่อว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ก.ก. และ ส.ส.พรรค ก.ก.ทั้งพรรค ทุกคนพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่ากฎกติกาจะเป็นแบบไหน
ถามย้ำว่า คิดว่าสูตรหาร 100 พรรค ก.ก.จะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ นายธนาธรกล่าวว่า กติกาการเลือกตั้งถึงแม้จะทำมาซึ่งการเสียเปรียบ แต่เราพร้อม เชื่อว่าผลงานตอนพรรคอนาคตใหม่ในสภา ผลงานของคณะก้าวหน้าในการเมืองท้องถิ่น หวังว่าประชาชนจะเห็นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เข้าใจในสิ่งที่พวกเราพยายามทำ เข้าใจความหวังดีของพวกเรา และกลับมาเป็นคะแนนสนับสนุนพวกเรา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อสส.ชี้ขาดไม่ฟ้อง ‘ธนาธร’ ถือหุ้นสื่อวี-ลัค กรณี กกต.ฟ้อง หลังศาล รธน.วินิจฉัยขาดคุณสมบัติ ส.ส.
- ด่วน! มติศาลรธน. ไฟเขียวสูตร หาร 100 ชี้ชัดกม.เลือกตั้ง ตราขึ้นถูกต้อง ไม่ขัดรธน.
- อสส.สั่งฟ้อง ‘ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ’ ผิดม.116 คดี พุทธอิสระ แจ้งความอภิปรายจาบจ้วงยุยง

