หน้าแรก การเมือง โครงร่างตำนาน...

โครงร่างตำนานคน : พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สัญญาณ”ประชามติ”

14.02.16 | 14:15 น.

ที่มา :หนังสือพิมพ์มติชน โดย การ์ตอง

“ร่างรัฐธรรมนูญ” เข้าสู่การเป็นวาระของประเทศอย่างเต็มตัว หลังจากคณะกรรมการรร่างฯที่มี “ผู้เฒ่า-มีชัย ฤชุพันธุ์” เป็นประธาน นำเสนอ “ร่างแรก” เข้าสู่การวิพากษ์วิจารณ์

ตามไทม์ไลน์ที่ “นายวิษณุ เครืองาม” เปิดเผยออกมาคือจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ในเรื่องเกี่ยวกับการลงประชามติภายใน 1 เดือนหลังจากนี้

“ร่างสุดท้าย” จะแล้วเสร็จและเปิดให้รณรงค์ของฝ่ายต่างๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2559

เพื่อลงคะแนนประชามติในวันที่ 31 กรกฎาคม 2559

Advertisement

ระหว่างนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่จะไปทำกติกาการทำประชามติออกมา โดยหากต้องออกเป็นกฎหมาย รัฐบาลจะช่วยดูว่าจะต้องใช้มาตรา 44 ประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือพระราชบัญญัติหรือไม่

ความน่าสนใจอยู่ที่แนวทางที่รองนายกรัฐมนตรีวิษณุเปิดเผยออกมาคือ “การรณรงค์ร่างประชามติของกลุ่มต่างๆ นั้นจะมีมาตรฐานเดียวกันกับการลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้ห้ามแสดงความเห็น แต่ห้ามบิดเบือน ฉ้อฉล กล่าวเท็จ ชี้นำไปทางใดทางหนึ่ง จะรณรงค์ไม่เห็นด้วยได้แต่ต้องอยู่ในความสงบ แต่ต่อต้านอาจจะไม่ได้”

และ “ทาง กกต.ต้องเป็นเจ้าภาพ จัดให้มีเวที ให้มีตัวแทน ชมรม องค์กร พรรคการเมือง ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะมีตัวแทน กรธ.มาร่วมด้วย ซึ่งเป็นเวทีที่จะตอบคำถามสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เวทีให้มาโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายการเมือง”

ซึ่งหลังจากนี้การถกเถียงกันในเรื่องที่เกี่ยวกับ “ร่างรัฐธรรมนูญ” น่าจะเปิดฉากใส่กันตั้งแต่ตัว “กติกาการทำประชามติ” เลย โดยเฉพาะในกรอบความคิด “รณรงค์ไม่เห็นด้วยได้แต่ต้องอยู่ในความสงบ แต่ต่อต้านอาจจะไม่ได้”

ระหว่าง “รณรงค์ไม่เห็นด้วยกับรณรงค์ต่อต้าน” นั้น มีอะไรเป็นกรอบกั้นตัดสินว่ากติกาแบบใดเป็นแค่ “เพื่อไม่เห็นด้วย” แบบใดเป็น “เพื่อต่อต้าน” ใครคือผู้มีอำนาจตัดสิน

และ “ความหมายของเวทีสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่เวทีให้มาโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายการเมือง” เป็นอย่างไร ใครมีอำนาจตัดสินว่า “เวทีไหนเป็นอย่างไร”

เรื่องราวของ “อิสระทางความคิดเห็น” จะมาเป็นประเด็นเริ่มต้นที่จะวิพากษ์

อะไรคือ “บิดเบือน ฉ้อฉล ชี้นำ” ที่เป็นข้อห้าม ใครคือผู้ตัดสินตีความ

และอื่นๆ อีกมากมาย

ร่างรัฐธรรมนูญที่ดูเหมือนจะมีแนวโน้มเป็นชนวนความขัดแย้งใหญ่ของกลุ่มต่างๆ กันในทุกรายละเอียด กระทั่งจะต้องมีกฎหมายออกมาควบคุมนี้ จะไปรอดหรือไม่ เริ่มเป็นคำถามที่ได้ยินถี่ขึ้น

และความน่าสนใจอยู่ที่คำตอบ

ขณะที่ “นักการเมือง” และ “นักวิชาการส่วนหนึ่ง” รวมถึง “ผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง” มีความเชื่อว่าที่สุดแล้ว “ร่างรัฐธรรมนูญ” นี้ไม่น่าจะผ่านประชามติไปได้

กระแสเสียงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง หากเป็นเมื่อก่อน น่าจะสร้างความหวั่นไหวไม่น้อย

แต่ครั้งนี้เหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะทั้งที่ประเมินได้ไม่ยากว่า หาก “ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ”ผลสะเทือนจะมาถึงรัฐบาล หรือกระทั่ง คสช.เอง หนทางที่ควรจะทำคือ “หยุดเกมก่อนทำประชามติ”

ทว่าคำตอบของ “พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ที่ว่า “เชื่อว่ารัฐธรรมนูญต้องผ่านการทำประชามติ ทำไมจะไม่ผ่าน เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก รัฐธรรมนูญที่ป้องกันการทุจริตหายาก”

ย่อมเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่น

ผลงานด้านอื่นของรัฐบาลชุดนี้อาจจะพิพากษ์วิจารณ์ให้ทางที่แตกต่างกันได้

แต่ “ผลงานด้านข่าวกรองทางการเมือง” ใครบ้างไม่ยอมรับว่า “ทำได้แม่นยำยิ่ง”