หน้าแรก การเมือง หวิดวุ่น! พกป...

หวิดวุ่น! พกปืนปากการับบิ๊กตู่ ที่เชียงราย ตร.ค้นเจอก่อน รับไร้เจตนา เก็บไว้นานจนลืม

1.12.22 | 11:15 น.

หวิดวุ่น! พกปืนปากการับบิ๊กตู่ ที่เชียงราย ตร.ค้นเจอก่อน รับไร้เจตนา เก็บไว้นานจนลืม

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีชุดรักษาความปลอดภัยงาน “เกี่ยวข้าวรักษ์โลก” ซึ่งจัดขึ้นที่ บ้านเชียงคาน หมู่ที่ 14 ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สามารถถควบคุมตัวนายวิชาญ กาวีวงค์ อายุ 66 ปี ชาว ต.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรองประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับตรงจยึดอาวุธปืนปากกาไทยประดิษฐ์ และลูกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 6 นัด ปลกกระสุนไม่ทราบขนาด อีก 1 นัด ก่อนที่งานจะเริ่มในช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดทาง พ.ต.อ.เจษฎา จุโฑปะมา ผกก.สภ.เชียงของ จ.เชียงราย เปิดเผยว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวจริง ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยของตำรวจภูธรเชียงราย มีการเฝ้าระวังและปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยก่อนการจัดงาน โดยผู้ที่เข้างานจะต้องผ่านการตรวจหาอาวุธ หรือวัตถุอันตรายเพื่อป้องกันเหตุ ทั้งจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ และผ่านเครื่องตรวจอาวุธ ปรากฏว่านายวิชาญ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ทางส่วนราชการได้เชิญมาเพื่อร่วมงาน เนื่องจากเป็นส่วนงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับงานข้าว ได้มีการพกพาอาวุธดังกล่าวมางานด้วยโดยเป็นการตรวจพบก่อนที่งานจะเริ่มและประธานจะเดินทางมาถึง

พ.ต.อ.เจษฎากล่าวว่า ภายหลังตรวจพบก็ได้มีเชิญตัวมาดำเนินการสอบสวนปากคำที่สถานีตำรวจภูธรเชียงของ ซึ่งทางนายวิชาญได้ให้การอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะพกอาวุธและเครื่องกระสุนมาร่วมงาน โดยอาวุธปืนปากกานั้นเป็นของบุตรชายที่มีไว้กว่า 10 ปีแล้ว สมัยที่เคยเรียนแผนกช่างในมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบันทราบว่าบุตรชายเสียไปแล้ว ก็ทิ้งปืนปากกาไว้ที่บ้าน ก็มีการเก็บไว้ในกระเป๋าซึ่งเก็บไว้นานหลายปีก็เกิดการหลงลืม เมื่อต้องเดินทางไกลมาร่วมงานจึงนำกระเป๋าดังกล่าวมาเพื่อใส่ของ โดยที่ไม่ได้ดุว่าในกระเป๋ามีอะไรบ้าง

“จากการสอบปากคำอย่างละเอียด พบว่าทางนายวิชาญไม่มีสิ่งจูงใจที่จะนำอาวุธปืนดังกล่าวมาก่อเหตุ อีกทั้งเป็นการเดินทางมาตามการเชิญของส่วนราชการ แต่การพกพาอาวุธที่ไม่มีทะเบียนและพกพามาในพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ถือเป็นความผิด จึงให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งอาจจะมีข้อหามีอาวุธและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้อนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางนายวิชาญแสดงความบริสุทธิ์และไม่มีท่าทีที่จะหลบหนี จึงอนุญาตให้ประกันและปล่อยตัวไปชั่วคราว เพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง