‘สนธิรัตน์’ ขอบคุณ ‘กูเซ็ง’ ร่วมสร้างประเทศ ประกาศปักธงนราธิวาส เป็นบ้านใหญ่ 3 จว.ภาคใต้ ลั่นหากเป็นรัฐบาลติดโซลาร์เซลล์ทุกหลังคา
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 1 ธันวาคม ที่โรงแรมอิมพีเรียล นราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) จัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส โดยมีแกนนำพรรค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 3 เขตประกอบด้วยนายวัชระ ยาวอฮะซัน เขต 1 นายสารี สะมะแอ เขต 2 และนายอามีน โต๊ะนากายอ เขต 4 โดยมีสมาชิกพรรคและสมาชิกสภาจังหวัด 21 เขต จาก 30 ที่นำโดยนายกูเซ็ง ยาวอวหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส มาร่วมกิจกรรม
จากนั้นนายสนธิรัตน์กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นความภูมิใจของพรรคที่ได้มาพบปะพี่น้องชาวนราธิวาส ซึ่งเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและจังหวัดนราธิวาส สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ สิ่งพี่น้องชาวนราธิวาสรอคอยคือการเกิดขึ้นของบ้านใหญ่นราธิวาสที่จะตัดสินใจเดินหน้าทางการเมือง นราธิวาสคือพื้นที่เป้าหมายของพรรค สอท. ที่ไม่ต้องการเพียง ส.ส. แต่พรรคต้องการคนที่มาร่วมสร้างบ้านเมือง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การตัดสินทางการเมือง ว่าจะเพียงนำพา ส.ส.ให้กับพี่น้อง แต่การร่วมงานที่เกิดจากความรู้สึกว่า ตัวแทนที่แข็งแรงที่สุดของสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ถือเป็นบ้านใหญ่ที่ทรงพลัง คือนายกูเซ็ง และวันนี้ตัดสินใจจับมือกับพวกเรา ไม่ได้แค่ ส.ส. แต่ต้องการสร้างประเทศไทยกับพรรค สอท. ซึ่งได้มาหารือกับนายกูเซ็งกันมาเป็นปี และเป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ทำการเมืองเมื่อครั้งที่แล้วและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมา ทั้งนี้ได้บอกนายกูเซ็งว่าไม่แพ้นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกฯ มาเลเซีย
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถ้าเป็นคนนราธิวาส คงไม่มีอะไรที่น่าภูมิใจอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่มีนักการเมืองดูแลประชาชนมากกว่า 30 ปี ยิ่งการพิสูจน์การเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นหัวใจที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ศึกการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่ศึกเลือก ส.ส. เพราะบ้านเมืองวันนี้เดินมาถึงจุดที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่มียุคไหนที่พรรรคการเมืองแตกกันมากเท่ายุคนี้ ถ้าจำได้การเมืองไทยไม่เคยแตกละเอียดเหมือนครั้งนี้มาก่อน แตกไม่รู้กี่พรรค แตกจนชาวบ้านงงว่า วันนี้การเมืองเล่นอะไรกันอยู่ แต่สิ่งเหล่านี่คือสิ่งที่พรรค สอท. ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องรวบรวมคนดี คนเก่งมาเข้ามาร่วมสร้างบ้านเมือง เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก ส.ส. แต่การต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเลือกนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น พวกตนจึงต้องไปกราบเรียนเชิญ นายสมคิด บอกว่าบ้านเมืองไม่ไหวแล้ว ลำบากยากแค้น เป็นหนี้เป็นสินทำมาหากินไม่ได้ และยังมีโควิด-19 ที่ทำพวกเราช้ำทั้งประเทศรวมถึงสงครามยูเครน-รัสเซีย
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ต้องการบอกพี่น้องชาวนราธิวาสว่า ถ้าวันนี้เลือกแค่ ส.ส.มันไม่ใช่ วันนี้ยิ่งใหญ่กว่าอดีต เพราะกำลังจะเลือกจุดเปลี่ยนประเทศไทย ต้องมองว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะมีความสามารถ ประสบการณ์ ให้พี่น้องหมดจากความทุกข์ยาก ความลำบากให้ได้ ศึกใหญ่ครั้งนี้ ไม่ใช่ศึกการเมืองอย่างที่เขาเล่นกันอยู่ แต่เป็นศึกปากท้องของพี่น้องทั้งประเทศ วันนี้คือจุดตัดสินใจที่เราต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ประเทศไม่ใช่การเล่นละครทางการเมือง ประเทศไม่ใช่แค่การรักษาดุลอำนาจทางการเมือง แต่ประเทศต้องสร้างความหวังและต้องรับใช้พี่น้องประชาชน
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พวกเราพรรค สอท. ภูมิใจที่นายกูเซ็งตัดสินใจมาสร้างบ้านสร้างเมืองกับพรรคที่จะเป็นอนาคต ได้ขอร้องนายกูเซ็ง ขอให้พรรคสร้างอนาคตไทยมีจังหวัดนราธิวาสเป็นบ้านใหญ่ของสามจังหวัดชายแดนใต้ และเป็นการปักธงจากนราธิวาส จะเป็นการปักธงตัวแทนพี่น้องมุสลิมและพุทธไปสู่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เราอยากเห็นนราธิวาสเป็นเมืองหลวงของพรรคสร้างอนาคตไทยและของสามจังหวัดชายแดนใต้
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เวลาใครมาขายฝัน ถ้าเขาตอบไม่ได้ว่าเขาเคยทำอะไรมา ถ้าเขาตอบไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไรมันก็คือความฝัน พรรค สอท.อาสามาซับน้ำตาด้วยการแก้ปัญหาปากท้อง นายสมคิดดูเศรษฐกิจมา 2 ช่วงรัฐบาล ซึ่งทุกครั้งที่นายสมคิดมาประเทศวิกฤตทุกรอบต้องเข้ามาแก้ พอแก้เริ่มจะดีก็ต้องมีอันเปลี่ยนแปลง ปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2544 นายสมคิดเข้ามาคุมเศรษฐกิจภายใต้พรรคไทยรักไทยใช้เวลาเกือบ 5 ปี พลิกฟื้นจนประเทศไทยกลายเป็นผู้นำของอาเซียนและก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทะเลาะกันมาต่อเนื่องจนมาถึงปี 2557 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกิดรัฐประหาร คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นรัฐบาล ครอบอำนาจก็พยายามแก้ปัญหาแต่ทำไม่ได้ จีดีพีตกลงอย่างที่ไม่เป็นมาก่อน และเขาก็มาเชิญนายสมคิดมาดูแลเศรษฐกิจจนดีขึ้น และเมื่อมีการเลือกตั้งปี 2562 ตนก็มาเป็นรัฐบาลได้เพียง 1 ปี เพราะเราไม่เล่นการเมืองแบบเก่าแต่เป็นคนทำงาน
นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถ้าเลือกพรรค สอท. หนึ่งพรรคจะทำให้สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่พิเศษด้านพลังงาน โรงไฟฟ้าชุมชนเกิดขึ้นเมื่อสมัยตนเป็น รมว.พลังงาน แต่ทำไม่เสร็จ เพราะถูกการเมืองผลักดันออกมาก่อน จะกลับมาทำโรงไฟฟ้าชุมชนแน่ๆ พี่น้องจะได้เป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าร่วม ได้ปันผล ได้มีโรงไฟฟ้าที่ของพวกเรา ทั้งนี้ หากเราเป็นรัฐบาลจะติดโซลาร์เซลล์ทุกหลังคาบ้านและจะแก้กฎหมายให้พี่น้องภาคใต้ใช้โซลาร์เซลล์ ซึ่งสามจังหวัดชายแดนใต้จะต้องเปลี่ยนแปลงภายใต้เศรษฐกิจ ไม่ใช่ภายใต้ความมั่นคง และสองพรรคจะทำให้สามจังหวัดชายแดนใต้ และจังหวัดสตูล สงขลา เป็นศูนย์สินค้าฮาลาล ถึงเวลาที่เราจะได้เจ้าของสินค้าฮาลาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปชป.เมืองคอน สมาชิกหายเพียบ หลังแห่ลาออกตามแกนนำ ย้ายซบรวมไทยฯ-พปชร.
- ‘สายัณฑ์’ จี้ บิ๊กตู่ คุมภาคใต้-กทม.เอง โวชนะเลือกตั้งแน่ เหน็บตั้ง ‘ธนกร’ ยังไม่เข้าใจพื้นที่ดี เท่าส.ส.เขต

