‘ณัฐวุฒิ’ เผย ‘บิ๊กตู่’ ไม่ถูกบีบจริง ไม่ยุบสภาแน่ คาด อภิปรายซักฟอก ม.152 ปีหน้า

3.12.22 | 16:54 น.

‘ณัฐวุฒิ’ เผย ‘บิ๊กตู่’ ไม่ถูกบีบจริงไม่ยุบสภาแน่ คาดอภิปรายซักฟอก ม.152 ปีหน้า ลั่นรอฟัง ‘ฝ่ายค้าน’ สักนิดก่อนยุบ

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากมี ส.ส.แห่ลาออกจนทำให้เหลือ ส.ส.ในสภาแค่ 200 คน อาจเป็นเงื่อนไขต้องยุบสภา ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันจำนวน ส.ส.มีไม่เต็มมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แทนที่จะมี ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 500 คน

แต่เหลือ ส.ส.ที่ทำหน้าที่ได้เพียง 400 กว่าคน ที่ส่วนหนึ่งอาจจะโดนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นกลไกของรัฐธรรมนูญ หรือการออกแบบกติกาโครงสร้างทางการเมืองที่ดูไม่สอดคล้องต่อการสนับสนุนให้ตัวแทนประชาชนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว และถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมี ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 400 กว่าคน สิ่งที่พบคือสภาล่มบ่อยครั้งมาก

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การที่องค์ประชุมเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราไม่ได้มองแบบนั้น และฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่มาโดยตลอด เว้นแต่กรณีที่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เช่น ในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ได้มีการลงมติไปแล้ว และจะขอให้ได้มีการลงมติใหม่ เรื่องนี้เป็นครั้งเดียวที่ฝ่ายค้านมีจุดยืนชัดเจนว่าเราไม่สามารถร่วมเป็นองค์ประชุมได้ แต่ก็เห็นว่าจำนวน ส.ส.จะเหลือเท่าไหร่ ข้อเท็จจริงคือจำนวน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่มีเกินครึ่งกลับไม่ทำหน้าที่ที่ควรจะเป็นอย่างเพียงพอมาโดยตลอด ตนมองว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวตัดสินว่าถ้ารัฐบาลจะใช้วิธีการยุบสภาเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ประเทศชาติจะได้ประโยชน์มากกว่า คงไม่ได้อยู่ที่จำนวนที่เหลือของ ส.ส.

เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หรือมีกระแสข่าวเคลื่อนไหวในเชิงนี้หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนมองว่าแนวโน้มของการยุบสภาไม่ได้อยู่ที่จำนวน ส.ส.แต่อยู่ที่ไม่สามารถทำให้กลไกของรัฐบาล หรือสภาทำงานได้ต่อ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายเรื่องของรัฐบาลในวันนี้ก็ถึงทางตัน ที่หาไม่ได้ว่าตกลงใครเป็นผู้นั่งแคนดิเดตนายกฯของพรรคไหนกันแน่

แม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐที่เราเห็นสถานการณ์ว่าไม่นิ่งมาโดยตลอด ฉะนั้น โอกาสของการยุบสภาเกิดได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น 24 ธันวาคม 2565 หรือ 6 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ในมุมมองของฝ่ายค้านคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชื่อว่าชอบทำสถิติ ฉะนั้น ถ้าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองจริงๆ หรือไม่ได้มีแรงบีบคั้นอย่างสุดสุด ตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยุบสภา

Advertisement

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ประกอบกับสิ่งที่เราได้ข้อมูลมาคือ ในการที่จะเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองต้องมีตัวแทนประจำจังหวัด (ตทจ.) ซึ่งพรรคที่มีแนวโน้มว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ ยังมีการตั้ง ตทจ.ได้แค่ 10 กว่าจังหวัด ฉะนั้น เหลืออีกหลายจังหวัดที่เขาต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นเงื่อนไขทางกฎหมายที่ตนคิดว่าอาจจะยังไม่ไปสู่การยุบสภาโดยเร็ว เว้นแต่เขาจะมีความพร้อม

“สิ่งที่เราเสียดายคือ ท้ายที่สุดแทนที่จะอาศัยกลไกการยุบสภา เพื่อทำให้ประชาชนมีทางเลือก แต่กลายเป็นว่ากลไก หรือเงื่อนเวลาที่จะยุบสภาตอนนี้กลับกลายเป็นว่าพรรคไหนจะมีความพร้อม หรือพรรคที่ตัวเองสังกัดจะพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อไหร่ ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคฝ่ายค้าน เราไม่ได้ห่วงประเด็นเรื่องยุบสภา สิ่งที่เราทำต่อคือกฎหมายที่เป็นประโยชน์ เราจะเดินหน้าต่อ และในสัปดาห์หน้าก็จะมีความชัดเจนเรื่องของการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะเปิดให้มีการอภิปรายในเดือนมกราคม 2566 และในกรณีแบบนี้ท่านอย่าชิงยุบสภาไปก่อน อย่างน้อยให้ตัวแทนประชาชนในนามฝ่ายค้านได้มีโอกาสตั้งคำถาม และแสดงความเห็น หรือข้อเสนอแนะที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาลในช่วงสุดท้าย ท่านอย่ามัวมองแต่อนาคตว่าใครจะได้เป็นนายกฯ แต่มองระยะสั้นก่อนว่าวันนี้ประชาชนลำบาก ฉะนั้น รอฟังข้ออภิปรายและข้อเสนอของฝ่ายค้านสักนิดก่อนที่จะมีการยุบสภา แต่ผมเชื่อว่าสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวไม่มีความคิดและความตั้งใจที่จะยุบสภา” นายณัฐวุฒิกล่าว