“กมธ.ปิโตรเลียม” จ่อส่งร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับเข้าวิปสนช. ก่อนส่งกลับครม.แก้หลักการ คาดเสร็จเดือนธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. กล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.กำลังพิจารณาปรับปรุงร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมนำเสนอผลการประชุมของ กมธ.ที่มีมติให้แก้ไขหลักการกฎหมายในประเด็น เปลี่ยนนิยาม service contract เป็น “จ้าง บริการ” ต่อที่ประชุมวิปสนช. ที่จะมีการพิจารณาประเด็นนี้ในวันที่ 29 พฤศจิกายน จากนั้น จะส่งเรื่องให้วิปรัฐบาลเพื่อส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้ดำเนินการแก้ไขหลักการของกฎหมาย ตนเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะได้คุยในเบื้องต้นแล้ว กับพล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในการแก้ไขหลักการ ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 สัปดาห์จึงจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุมสนช. เพื่อพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป
พล.อ.สกนธ์ กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าสามารถพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้ทันเสร็จตามกำหนดเวลาเดือนธันวาคมแน่นอน เพราะมีแค่ 2 ประเด็นใหญ่ที่ติดขัด คือ เรื่องหลักการ และการจัดตั้งบรรษัท โดยประเด็นเรื่องบรรษัทได้ข้อสรุปว่า กมธ.เสียงส่วนใหญ่มีมติให้เป็นข้อสังเกตแนบท้ายในร่างพ.ร.บ. แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยที่เสนอให้บัญญัติการตั้งบรรษัทไว้ในร่าง พ.ร.บ.ยังคงขอสงวนคำแปรญัตติเพื่อขออภิปรายในที่ประชุมสนช.ในประเด็นนี้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคยรับปากกลางที่ประชุมสนช.ในวาระหนึ่งแล้วว่า จะศึกษาการตั้งบรรษัทตามข้อเสนอของประชาชน จึงไม่จำเป็นที่จะมาบัญญัติไว้ในร่างกฎหมาย ตนเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีจะรักษาสัญญาเพราะเป็นลูกผู้ชายชาติทหาร
เมื่อถามถึงกรณีปตท.ออกมาระบุว่าหากไม่มีความชัดเจนว่า ใครจะได้สัมปทานปิโตรเลียมในครั้งต่อไป จะกระทบต่อการผลิตปิโตรเลียม เนื่องจากผู้ดำเนินการสัมปทานจะหยุดการลงทุนเพื่อรักษาระดับการผลิตใน 3 ปี พล.อ.สกนธ์ กล่าวย้อนว่า ปตท.มาเกี่ยวข้องอะไรด้วยเพราะไม่ใช่เรื่องของเขา เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกรมเชื้อเพลิง ไม่เข้าใจว่ามาขู่ทำไม

