เสียงสะท้อนผับบาร์
เปิดถึงตี 4 เสี่ยงเมา-ขับพุ่ง?
หมายเหตุ – ความเห็นของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบันเทิง กรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. เริ่มจากพื้นที่นำร่อง 9 จังหวัด ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร ถนนข้าวสาร ถนนสีลม ถนนรัชดาภิเษก และถนนสุขุมวิท 2.จ.ภูเก็ต ที่ซอยบางลา 3.จ.สุราษฎร์ธานี ที่หาดเฉวง อ.เกาะสมุย และหาดริ้น เกาะพะงัน 4.พัทยา ที่วอล์กกิ้งสตรีท 5.จ.พังงา ที่เขาหลัก 6.จ.เชียงใหม่ ที่ถนนนิมมานเหมินท์ 7.จ.สงขลา ที่เมืองหาดใหญ่ เมืองสะเดา 8.จ.กระบี่ ที่อ่าวนาง และ 9.จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่เมืองหัวหิน โดยมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มแพทย์ที่เกรงว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นจากเมาแล้วขับ

ธนิต ชุมแสง
นายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงเชียงใหม่
เห็นด้วยที่จะมีการนำร่อง 9 จังหวัดแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีศักยภาพสูง และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาอย่างยาวนาน เหมาะสมต่อการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยามค่ำคืน แต่สำหรับเชียงใหม่ที่ขอไปคือ เปิดถึง 02.00 น. ถือว่าผู้ประกอบการพอใจแล้ว และดีแล้วสำหรับเชียงใหม่ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องปรับไปเป็นเวลา 04.00 น. และขอให้จัดโซนนิ่งพิเศษ แต่ไม่เคยบอกว่าต้องย่านนิมมานเหมินท์ แต่ตามข่าวบอกว่าเป็นถนนนิมมานเหมินท์
พื้นที่นิมมานเหมินท์เป็นเรื่องพูดยาก เพราะยังเป็นพื้นที่ที่มีบ้านพักอาศัย จึงเสนอว่าควรเป็นพื้นที่สำหรับท่องเที่ยวกลางคืน เช่น ไนท์บาซาร์ เพราะชาวต่างชาติอยู่กันเยอะและกระแสต่อต้านไม่เยอะ จึงไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงชี้มาว่าต้องเป็นนิมมานเหมินท์ แน่นอนต้องมีปัญหาอยู่แล้วเพราะเชียงใหม่ไม่เหมือนพัทยา พัฒน์พงศ์ ถนนข้าวสาร ที่มีวอล์กกิ้งสตรีท หรือภูเก็ต ที่มีซอยเฉพาะ จะไม่มีผลกระทบเพราะเป็นพื้นที่สำหรับกลางคืนอยู่แล้ว
สำหรับเชียงใหม่ต้องคิดเยอะเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยส่วนตัวเห็นว่าไนท์บาซาร์เหมาะสมที่สุดเพราะมีวอล์กกิ้งสตรีท เป็นภาคกลางคืนอยู่แล้ว มีโรงแรม มีที่พัก ชาวต่างชาติพัก แต่นิมมานเหมินท์อยู่ใกล้สถานศึกษา การเปิดผับก็จะมีการปล่อยให้ลูกค้าที่เป็นนักศึกษาเข้าไปใช้บริการ ปัญหาต่างๆ ก็จะตามมามากมาย
การเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวเป็นเรื่องดีและควรเป็นไนท์บาซาร์ เพราะเป็นพื้นที่สำหรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจริงๆ เป็นโซนนิ่งที่ตอบโจทย์คนท่องเที่ยว ทำให้ดีเลย แต่ไม่ใช่พื้นที่ให้คนท้องที่เข้าไปใช้ แบบนี้ก็ไม่ไหว

อุดมสุข นิ่มเซียน
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จ.ประจวบคีรีขันธ์ แบ่งเป็น 8 อำเภอ ซึ่ง อ.หัวหิน ถือเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงของจังหวัดและของประเทศ แนวคิดเรื่องการขยายเวลาให้บริการของสถานบันเทิงเพื่อช่วยผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ อ.หัวหิน แม้ว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหมาะสมต่อการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยามค่ำคืนได้ แต่การดำเนินการดังกล่าวสิ่งสำคัญคือต้องแบ่งโซนนิ่งในการให้บริการให้ชัดเจน อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนเป็นนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นการจัดโซนนิ่งเฉพาะ
ส่วนตัวสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว แต่หากเป็นพื้นที่นอกเขตโซนนิ่งไม่สนับสนุน อีกทั้งรัฐจะต้องวางกรอบในการปฏิบัติให้ชัดเจนด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา โดยเฉพาะเรื่องของเมาแล้วขับ จะกลายเป็นปัญหาสังคมเพิ่มขึ้นได้ถ้าไม่มีการวางกรอบปฏิบัติให้ชัดเจน เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากมาก
ถ้านักท่องเที่ยวดื่มแล้วไม่ขับรถ ดื่มแล้วพักจะดีมาก เพราะจะไม่สร้างความเดือดร้อน แต่ประเด็นนี้ควบคุมค่อนข้างยาก ถ้าเปิดแล้วควบคุมได้จะดีมาก แต่ถ้าเปิดแล้วควบคุมไม่ได้จะกลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคม ตัวแปรสำคัญคือมาตรการการควบคุม

ธนูศักดิ์ พึ่งเดช
ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต
แนวคิดนำร่องเปิดผับถึงตี 4 ถ้าพูดถึงบางลา ป่าตอง ถือว่าน่าสนใจที่จะหาจุดลงตัวโดยเฉพาะการขยับเวลา อาจจะยังไม่มีข้อมูลเรื่องเวลาที่ชัดเจนว่าปิดเปิดกี่โมง แต่เห็นด้วยว่านักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตมีหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มบันเทิงจะมาเที่ยวดึกกัน และ อาจจะขอเลิกช้า ก็มีเหตุมีผลที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอ ส่วนความกังวลเรื่องความปลอดภัย หรือเรื่องเมาแล้วขับคิดว่าควรจะมีเงื่อนไข เช่น นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวต้องไม่ไปไกล ควรจะต้องพักอยู่แถวนั้น และควรจะต้องมีแผนคือ ควรจะต้องออกแบบให้เขา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าขยับเวลาปิดไปถึงตี 4 นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่ควรจะขับรถกลับ อาจจะอยู่นอนจนสร่างเมาแล้วค่อยไป เพราะฉะนั้น คนที่อยู่ถึงตี 4 จะต้องไม่ขับรถ คิดว่าเงื่อนไขพวกนี้ถูกออกแบบได้ ควรจะมีการออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วน และอาจจะช่วยให้กลุ่มบันเทิง หรือโครงสร้างของธุรกิจกลางคืนของภูเก็ตมีการพัฒนาการในหลายแง่มุม ควรจะมีวิธีคิด แล้วมาถกทั้งข้อดีข้อเสีย ฝ่ายที่กังวลให้ข้อมูลมา ฝ่ายที่เห็นสมควรก็หาข้อสรุปกัน ดีกว่าที่จะไม่กล้าคิดเรื่องใหม่ๆ
ที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจเพิ่งมาฟื้นตัว ในช่วงนี้โชคดีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยอะเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงที่เคยพีค ถือว่าเป็นบวก มีอานิสงส์ของปัญหาสงคราม ทำให้รัสเซียเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง
ในช่วงเวลานี้เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มาชดเชยและทดแทนนักท่องเที่ยวชาวจีน มองว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ และเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวต่างชาติ นานาชาติ อย่าลืมว่าตัวเลขที่มีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาอันดับหนึ่งในขณะเดียวกันมีคนมาเที่ยวภูเก็ตกว่า 100 ประเทศ นานาชาติมาก ณ ขณะนี้ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นแนวโน้มที่เป็นบวกกับเศรษฐกิจของบ้านเรา รวมถึงการที่เข้ามาระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อจะอยู่ในช่วงเวลานี้มากเป็นพิเศษ คิดว่าแนวคิดแบบนี้มีการคละเคล้า ไม่ได้ส่งเสริมให้มีแต่บันเทิง ส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่หลากหลายทั่วเกาะภูเก็ตตามความเหมาะสม

สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา
นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา
ส่วนตัวเองนั้นเห็นด้วยกับการเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. เพราะต้องดูพื้นที่ที่กำหนดไว้ด้วย อย่าดูเฉพาะจังหวัด อย่างภูเก็ต จะเป็นป่าตอง เป็นบางลา เกาะสมุย เกาะพะงัน ไม่ได้เปิดกว้างจับฉ่ายทั่วจังหวัด แต่เป็นการเจาะจงพื้นที่ที่ปกติก็จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ถือเป็นการกำหนดขอบเขตพื้นที่ที่ชัดเจน จะได้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ส่วนข้อกังวลในเรื่องของปัญหาอาชญากรรม ปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาสังคมต่างๆ นั้น มองว่าพื้นที่ที่จะนำร่องนั้นจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลักอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้ขับรถเอง จะใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่มีในพื้นที่นั้นๆ ส่วนปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรม ที่เกิดจากกลุ่มนักท่องเที่ยวมีน้อยมาก และเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะต้องร่วมกันสอดส่องป้องกัน หากจะมองว่าการเปิดสถานบันเทิงถึง 02.00 น. ดีกว่า 04.00 น. เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเทียบกันได้ คือเที่ยวถึง 04.00 น. จะเมา มากกว่า 02.00 น. หรือหากจะเทียบที่ปริมาณแอลกอฮอล์ ไม่ควรเกิน 150 มิลลิกรัม มีอะไรมาวัดได้ว่าตี 2 จะเมาน้อยกว่าตี 4 เหล่านี้เป็นต้น เอาจริงๆ เป็นการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า ผลที่จะเกิดคือนักท่องเที่ยวจะใช้เวลาอยู่ในสถานบันเทิงเพิ่มมากขึ้น ดื่มกินได้มากขึ้น และในอนาคตก็อาจจะมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ออกจากสถานบันเทิงในพื้นที่นำร่องต่อไปอีกก็เป็นได้
ในส่วนของ จ.สงขลา นั้นเท่าที่เห็นตามข่าวก็จะเปิดนำร่องใน อ.เมือง อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา ส่วนตัวมองว่าพื้นที่ที่เหมาะสมในการนำร่องเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. นั้นคือ อ.สะเดา เพราะปัจจุบันนี้บริเวณบ้านด่านนอก อ.สะเดา ที่มีพรมแดนติดกับมาเลเซียจะเป็นย่านสถานบันเทิงเป็นส่วนใหญ่ ลูกค้าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นหลัก ส่วนคนไทยมีบ้าง ก็จะเป็นคนทำงาน ซึ่งเรื่องอุบัติเหตุ อาชญากรรม ข้อกังวลนั้นมีเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเดินไป-กลับระหว่างกัน หรือขับขี่รถในระยะใกล้ หรือพักค้างคืนที่โรงแรมในพื้นที่ซึ่งมีบริการครบวงจรอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใน อ.เมือง และ อ.หาดใหญ่ นั้นต้องยอมรับว่าลูกค้าไม่ได้มีชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแตกต่างกัน เป็นพื้นที่อยู่อาศัยส่วนมาก อีกทั้งยังมีเด็ก เยาวชน เป็นลูกค้า การจะเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. อาจจะส่งผลกระทบ อาจจะต้องมีขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ การสอบถามชุมชน และหากเปิดถึง 04.00 น. อาจจะกระทบกับชาวบ้านประชาชนในพื้นที่ได้ จึงต้องดูความเหมาะสม หรือกำหนดโซนที่จะนำร่องด้วย

รัชชพร พูลสวัสดิ์
นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย
ดีใจแทนผู้ประกอบการหากมีการขยายเวลาเปิดถึงตี 4 เนื่องจากทุกอย่างไม่ได้เป็นการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่จะทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงมีรายได้เพิ่มขึ้น และรายได้นี้จะเป็นการกระจายลงไปถึงชุมชนเช่นกัน และการเปิดนี้จะไม่ได้เปิดทุกสถานประกอบการ แต่เปิดเฉพาะบริเวณสถานที่นำร่องที่ทางเกาะสมุยได้ส่งเรื่องไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี หากทันในช่วงไฮซีซั่นนี้จะเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ของทางรัฐบาลที่จะมอบให้กับผู้ประกอบการและผู้ที่ทำเกี่ยวกับงานท่องเที่ยว
ส่วนผู้ที่กังวลว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับเหตุอาชญากรรม หรือปัญหาเรื่องเมาแล้วขับ ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้ภาครัฐก็มีมาตรการปราบปรามอยู่แล้ว โดยใช้กฎหมายมาบังคับใช้ ไม่จำเป็นหยุดนโยบายทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้
หากนโยบายเปิดสถานบริการถึงตี 4 ได้รับการเห็นชอบจะสามารถนำไปเป็นจุดขายในการประชาสัมพันธ์ตามงานตลาดท่องเที่ยวต่างๆ ได้ เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมาประเทศไทยส่วนใหญ่จะชอบความบันเทิง และเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ หรือนักลงทุนในประเทศไทยที่สนใจมาลงทุนในพื้นที่เกาะสมุยเพิ่มมากขึ้น
การท่องเที่ยวเกาะสมุยในช่วงนี้มีความคึกคัก หน้าไฮซีซั่นมียอดจองที่พักเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาเดียวก็คือเรื่องการเดินทางเข้ามาคือเที่ยวบินไม่เพียงพอ เที่ยวบินมีจำนวนจำกัด ไม่รองรับกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้ามา ทั้งเที่ยวบินจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทย และเที่ยวบินภายในประเทศเดินทางมาที่เกาะสมุย ตรงนี้ก็เป็นปัญหาหลักของการท่องเที่ยว อาจจะทำให้ไม่สามารถไปได้ไกลมากในช่วงไฮซีซั่น

