‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.เอาผิดนักการเมือง 2 พรรคใหญ่เอื้อ ‘ตู้ห่าว’ เข้าข่ายผิด กม.โทษหนักถึงขั้นยุบพรรค

6.12.22 | 11:52 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.เอาผิดนักการเมือง 2 พรรคใหญ่เอื้อ ‘ตู้ห่าว’ เข้าข่ายผิด กม.โทษหนักถึงขั้นยุบพรรค

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เขายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวน รวมถึงเอาผิดนักการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งของพรรคการเมือง ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนายตู้ห่าว นายทุนจีนสีเทา เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งห้ามไม่ให้พรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการหรือส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวน หรือคุกคามความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า จากกรณีนายตู้ห่าว ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมในหลายข้อหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด สถานบริการ ซึ่งมีโทษในอัตราที่สูง และเป็นเรื่องที่สังคมไทยไม่ควรจะนิ่งเฉยต่อประเด็นนี้ อีกทั้งเมื่อตำรวจได้ขยายการสืบสวนสอบสวนมากขึ้นกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ก็ไปพาดพิงถึงบุคคลซึ่งเป็นนักการเมือง และพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคการเมืองขนาดใหญ่หลายพรรคที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการไปกว้านซื้อคฤหาสน์ บริเวณถนนซอยลาซาล การไปมีหุ้นส่วนอยู่ในบริษัท หรือเปิดบริษัทต่างๆ มากมายไม่ต่ำกว่า 22 บริษัท ทั้งในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และภูเก็ต ซึ่งมีนักการเมืองทั้งในอดีตและปัจจุบัน เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่หลายคน ซึ่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 45 ระบุว่า ถ้ามีให้พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง เข้าไปให้การส่งเสริม สนับสนุน บุคคลใดก็ตามที่อาจจะเข้าข่ายคุกคาม หรือก่อความไม่สงบ หรือกระทำผิดเกี่ยวกับศีลธรรมอันดีในสังคมไทย ซึ่งการที่นายตู้ห่าว ถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวพันกับยาเสพติด รวมถึงเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นใคร สังกัดพรรคการเมืองใด ถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องกับนายตู้ห่าว ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ก็ล้วนเข้าข่ายความผิดในมาตรา 45 ของกฎหมายพรรคการเมือง

“ดังนั้นสมาคมฯเห็นว่า ไม่อาจจะปล่อยให้ทางตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางคดีอาญา และนอมินีเพียงฝ่ายเดียว ในส่วนนักการเมืองหรือพรรคการเมืองต้องมีส่วนเข้ามารับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง จึงเป็นอำนาจของ กกต.ที่มีหน้าที่ดูแลกำกับพรรคการเมือง จะต้องดำเนินการไปสวนสอบสวนเรื่องนี้ด้วย แล้วถ้าหากพบว่ามีความผิดมีนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง และพรรคการเมืองเกี่ยวข้องจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อลงโทษตามมาตรา 92 (3) อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทาง กกต.ได้เชิญผมเข้ามาให้ถ้อยคำแล้วจากกรณีที่เคยยื่นให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐรับเงินบริจาคจากนายตู้ห่าว จำนวน 3 ล้านบาท” นายศรีสุวรรณกล่าว

เมื่อถามว่าจะสามารถระบุพฤติกรรมของนักการเมือง พรรคการเมือง ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนายตู้ห่าวได้หรือไม่ นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เข้าไปในหุ้นอยู่ในธุรกิจของนายตู้ห่าว แม้ว่าจะเป็นภรรยานักการเมือง แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ถือว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน หรือเป็นบุคคลที่เอื้อประโยชน์ในการเปลี่ยนแปลงสัญชาติของนายตู้ห่าว จากสัญชาติจีนมาเป็นสัญชาติไทย หรืออาจจะเกี่ยวพันกับธุรกิจที่ซื้อขายกันกับนายตู้ห่าว ซึ่งเท่าที่ปรากฏก็มีชื่อนักการเมือง พรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งมีพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค อีกทั้งยังพบว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องเบื้องต้นประมาณ 4 คน ทั้งนี้นักการเมืองจะต้องเอื้อความสะดวกให้กับสำนักงานตํารวจแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรใช้อำนาจบาตรใหญ่ไปขัดขวาง หรือกระทำการใดๆ ที่ทำให้เรื่องนี้ซึ่งอยู่ในความสนใจของสาธารณชนถูกบิดประเด็นออกไป

Advertisement