หน้าแรก การเมือง ธุรกิจ-ผับบาร...

ธุรกิจ-ผับบาร์มึน ‘อนุทิน’ ขวางเปิดผับถึงตี 4 ข้องใจไม่คุยพิพัฒน์ก่อน

7.12.22 | 08:34 น.

ธุรกิจ-ผับบาร์มึน อนุทินขวางเปิดผับถึงตี4 ข้องใจไม่คุยพิพัฒน์ก่อน ย้ำหากไม่อนุมัติสูญรายได้ 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์วันที่ 6 ธันวาม ก่อนประชุม ครม.ถึงแนวทางการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. ในจังหวัดนำร่องที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ กรุงเทพฯ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.พังงา จ.ชลบุรี (พัทยา) จ.ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และ จ.สุราษฎร์ธานี (สมุย) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ขณะนี้จากการหารือในด้านสาธารณสุขมองว่าอาจยังไม่เหมาะสมมากนัก เนื่องจากช่วงนี้ต้องพยายามรักษาสมดุลในทุกมิติไว้ก่อน มองว่าเวลาที่เปิดให้บริการได้ถึง 02.00 น. น่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงที่ยังมีโควิด-19 ระบาดอยู่ตอนนี้ รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

  • ก.ท่องเที่ยวชงของขวัญ 20 ธ.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 ธันวาคม แพคเกจของขวัญปีใหม่ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังไม่ได้นำเสนอเข้าที่ประชุม โดยจะรวบรวมเสนอเป็นแพคเกจเข้าที่ประชุม ครม. พิจารณาวันที่ 20 ธันวาคมแทน สาเหตุที่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ โดยของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมอบให้แบ่งเป็นโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 จำนวน 1.5 ล้านสิทธิใหม่ วงเงิน 5,400 ล้านบาท โดยจะสมทบค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวผ่านการเข้าพักโรงแรมและที่พัก สัดส่วน 40% มีคูปองอิเล็กทรอนิกส์ให้จำนวน 600 บาทต่อวันหรือห้องพัก สามารถใช้จ่ายในร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ อาทิ ร้านอาหาร ร้านนวด เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

  • คาดมี.ค.66 นำร่องแค่ภูเก็ต

นายพิพัฒน์กล่าวว่า จัดทำมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย จำนวน 3,300 ล้านบาท แทนมาตรการบูสเตอร์ช็อตเดิมที่เคยเสนอของบประมาณไปก่อนหน้านี้ มูลค่า 1,000 ล้านบาท วางเป้าหมายวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว สนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่วนแนวทางการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. ในพื้นที่หรือจังหวัดที่ได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น

เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดนำร่องได้ที่ถนนบางลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการได้หลังเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งจากต่างชาติ และเศรษฐกิจกลางคืน

  • ธุรกิจดริงก์ถก 7ธ.ค.ปมตี 4 ไร้สรุป

นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย กล่าวถึงกรณียังไม่มีการเสนอ ครม.ขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. จากเดิม 02.00 น.ในพื้นที่นำร่อง 9 จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของต่างชาติ โดยเตรียมเสนอ ครม.วันที่ 20 ธันวาคมว่า การประชุมของสมาคมในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ จะนำประเด็นการเลื่อนพิจารณาและทบทวนการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเปิดบริการถึง 04.00 น. หารือกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิง ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ได้ลงชื่อร่วมกันและจัดทำเป็นหนังสือยื่น พล.อ.ประยุทธ์ และนายพิพัฒน์ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นต่างๆ โดยเฉพาะความเห็นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูธุรกิจโดยตรงและทางอ้อมในภาคท่องเที่ยว

Advertisement

นอกจากนี้ ในการประชุมจะมีการกำหนดท่าทีกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการจากนี้อย่างไร หากจะมีการเคลื่อนไหวหรือออกท่าทีอย่างไร จะขอรอความชัดเจนวันที่ 20 ธันวาคมนี้อีกครั้ง ว่าจะมีการนำเรื่องเข้า ครม.พิจารณาหรือไม่ และรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 22 ธันวาคม มาประกอบการพิจารณาด้วย

  • เสียโอกาสดูดเงินต่างชาติ 2 หมื่นล.

“เคารพการตัดสินใจของรัฐบาล แต่หากมีการเลื่อนไปเรื่อยๆ และไม่ทันช่วงฤดูท่องเที่ยวของต่างชาติที่เข้ามาไทย ถือว่าเสียโอกาสการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในไทยช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะ 2 ช่วงหลัก คือ ฉลองคริสต์มาสกับฉลองเคาต์ดาวน์ ไม่แค่ธุรกิจกลางคืน แต่ยังทำให้อาชีพที่เกี่ยวข้องและผู้ค้ารายย่อยเสียโอกาส เช่น นักดนตรี เด็กเสิร์ฟ บาร์เทนเดอร์ ร้านอาหารรอบดึก หรือแผงลอยขายของที่ระลึก เป็นต้น ประเมินการเสียโอกาสจากทุกส่วน มูลค่ารวมคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 ล้านบาท” นายธนากรกล่าว

  • ข้าวสารงงภท.ทำไมไม่คุยกัน

ขณะที่ นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวเรื่องเดียวกันว่า การเลื่อนนำเข้า ครม. จะทำให้มาตรการนี้ล่าช้าออกไปอีก เสียโอกาส ทำให้รายได้ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% ภายในเวลาเปิดเพิ่มขึ้น 2 ชั่วโมงหายไป ทั้งที่แนวคิดนี้ถือเป็นนโยบายที่ดี เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจภาคกลางคืน ซึ่งการขยายเวลาดังกล่าว ไม่ได้ทำพร้อมกันแบบทั่วประเทศ แต่เลือกนำร่องเฉพาะพื้นที่หรือจังหวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก อาทิ กทม. พื้นที่ถนนข้าวสาร สมุย ภูเก็ต

ส่วนที่ นายอนุทิน ระบุถึงแนวทางนี้ว่าอาจไม่เหมาะสม และให้เหตุผลว่าต้องพยายามรักษาสมดุลในทุกมิติไว้ก่อน ในส่วนของผู้ประกอบการไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เนื่องจากนายอนุทินและนายพิพัฒน์ อยู่พรรคการเมืองเดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่าเหตุใดถึงไม่หารือกันก่อนให้แล้วเสร็จ

  • เริ่มมาตรการตี 4 มี.ค.66 ช้าไป

นายสง่ากล่าวว่า หากแนวทางนี้ผ่าน ครม. ทราบว่ารัฐบาลจะเริ่มดำเนินการเดือนมีนาคม 2566 ถือว่าล่าช้ามากเกินไป เนื่องจากช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ต่อเนื่องในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2566 เป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก หากเริ่มช่วงโลว์ซีซั่น นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อย โอกาสที่ไทยจะกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไป โอกาสมาแล้วก็ไป มาอีกครั้งคือไฮซีซั่นปีหน้า

ดังนั้น การมัวแต่ยื่นเรื่องกันไปมาจะทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ไป รัฐบาลควรทำสิ่งเร่งด่วนก่อน ส่วนการที่รัฐบาลระบุว่าปัจจุบันสถานบันเทิงเปิดบริการเกินกำหนดอยู่แล้ว เท่ากับรัฐบาลก็รับรู้ปัญหา จึงมองว่าทำไมไม่แก้ไขให้ธุรกิจทำแบบถูกต้องตามกฎหมาย นำเรื่องผิดมาทำให้ถูก แบบนี้จะไม่ดีกว่าหรือไม่

 

อ่านข่าวอื่น