ไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท/วัน ของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน ของพรรคเพื่อไทย
ล้วนพบ “ปฏิกิริยา” ร่วม
นั่นก็คือ คำถามจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งข้อสงสัยว่า พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย จะเอา “เงิน”
มาจากไหน
คำถามนี้ “ทรงความหมาย” เป็นอย่างสูง
ไม่ว่าจะเป็นการถามในสถานะอันเป็น “นายกรัฐมนตรี” ไม่ว่าจะเป็นการถามในสถานะแห่งว่าที่ “แคนดิเดต”
นายกรัฐมนตรี
หากมองอย่าง “เปรียบเทียบ” ก็จะทะลุทะลวง
ทะลุทะลวงไปยังตัวตนและความเป็นจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ “ผู้นำ”
นี่ย่อมเป็น “จุดต่าง” ในทางความคิด ในทางการเมือง
อาจเพราะตระหนักในข้อสงสัยอันกลายเป็นคำถามติดปากของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย จึงรอบคอบรัดกุม
รอบคอบในการนำเสนอแต่ละ “นโยบาย”
รัดกุมในการนำแสดงรากฐานอันเป็น “แหล่งที่มา” ว่าจะเอา “เงิน”มาจากไหนเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน “นโยบาย”
เพราะพรรคก้าวไกลมี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล
เมื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ที่อยู่กับงานวิจัยของทีดีอาร์ไอ และสัมผัสกับความเป็นจริงในกระบวนการ “งบประมาณ”
เมื่อประสานเข้ากับ นายเดชรัต สุขกำเนิด ก็ไปโลด
ขณะที่พรรคเพี่อไทยมิได้มีความจัดเจนตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยพรรคพลังประชาชน หากแต่ยังมี
นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
ความจัดเจนจึงสะท้อนผ่าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างน่าเชื่อถือ
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าพรรคเพื่อไทยมิได้ดำรงอยู่อย่างเพ้อฝัน เช่นเดียวกับพรรคก้าวไกลก็มิได้คิดบนฐานอันเลื่อนลอย ว่างเปล่า
ไม่ว่าจะ 450 บาท/วัน ไม่ว่าจะ 600 บาท/วัน
ล้วนอยู่บนฐานเดียวกัน ฐานแห่งความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติไปอยู่ที่ร้อยละ 5
ฐานแห่งการบริหารจัดการ “งบประมาณ” ใหม่
เมื่อนำเอาข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยประสานเข้ากับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลจึงดำเนินไปในลักษณะ 2 ประสาน
ไม่ว่า “ยุทธวิธี” ไม่ว่า “ยุทธศาสตร์”พรรคก้าวไกลอาจสันทัดอย่างยิ่งในการ “ปักธง” และจุดประกายทาง “ความคิด” ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่
ขณะที่พรรคเพื่อไทยคือการลงมือ “ปฏิบัติ” อย่างที่เคย “ทำได้” มาแล้ว
ปฏิกิริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ว่า แล้วจะเอา “เงิน” มาจากไหนจึงเท่ากับเปลือยตัวตนออกมาอย่างล่อนจ้อน
เป็นข้อจำกัดในเรื่องการสร้าง“รายได้”
เติบโตมาอย่างไรก็ “บริหาร” ไปอย่างนั้น เคยสนองระบอบ “รัฐรวมศูนย์” มาอย่างไรก็ก้าวเดินไปอย่างนั้น
บทบาท “เพื่อไทย” บทบาท“ก้าวไกล” จึงเท่ากับเป็น “การชำแหละ”

