สถานีคิดเลขที่ 12 : แนวรบเศรษฐกิจ

9.12.22 | 09:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : แนวรบเศรษฐกิจ

สถานีคิดเลขที่ 12 : แนวรบเศรษฐกิจ

เป็นไปตามกระแสข่าวที่ว่า หากพรรคพลังประชารัฐแยกทางกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว อาจทำให้สูญเสีย ส.ส.จำนวนหนึ่งซึ่งจะขอติดตามไปด้วย ไปไหนก็ขอไปด้วย แต่พร้อมๆ กันก็เป็นการเปิดทางให้ ส.ส.อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งคนดังบิ๊กเนม ไหลเข้าสู่พลังประชารัฐด้วยเช่นกัน

การเปิดตัว นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย แม้จะเกิดข้อขัดแย้งภายในพรรค เพราะไปชิงประกาศจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ

แต่การชูนายมิ่งขวัญเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เป็นการสร้างจุดเด่นให้กับพลังประชารัฐ เหมือนมาเติมในสิ่งที่ขาดแคลน

ที่ผ่านมาภาพพจน์ของพรรคนี้ คือ พรรคของกลุ่ม 3 ป. เห็นภาพเชื่อมโยงเครือข่ายอำนาจนอกระบบ

Advertisement

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจลาจากไปเช่นนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีในการพลิกโฉมสร้างภาพการเป็นพรรคการเมืองในระบบประชาธิปไตยปกติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาใหญ่ของประชาชนคนไทยในยุคนี้ คือ ความลำบากด้านปากท้อง ธุรกิจการค้าขาย

ทุกพรรคต้องหาจุดเด่นด้านเศรษฐกิจนี่แหละ มาเรียกความสนใจของประชาชนให้ได้

เมื่อพลังประชารัฐมีนายมิ่งขวัญมาสร้างสีสันทางเศรษฐกิจ น่าจะมาถูกทางแล้ว

ขั้นต่อไปคือนโยบายเด็ดๆ ทางเศรษฐกิจ จะต้องนำเสนอให้ประชาชนพินิจพิจารณาว่าควรจะตัดสินใจเลือกพรรคนี้หรือไม่

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ชัดเจนว่าประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศในยุคก่อนหน้านี้ในนโยบายด้านเศรษฐกิจ ด้านชีวิตความเป็นอยู่

ในสถานการณ์เลือกตั้งครั้งนี้ การสำรวจของหลายโพลบ่งบอกว่า ประชาชนอยากให้กลับมาเป็นรัฐบาล เพื่อเชื่อในเรื่องนโยบาย

ดังนั้นที่เพิ่งแถลงออกมาภายใต้แคมเปญ “คิดใหญ่ ทำเป็น” โดยอุ๊งอิ๊ง แพทองธารชินวัตร ถือว่าเขย่าสนามเลือกตั้งได้พอสมควร เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยทั้งคัดค้านได้อื้ออึง

โดยเฉพาะค่าแรง 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาทขึ้นไป รวมไปถึงแนวทางการสร้างรายได้ การล้างหนี้ อะไรเหล่านี้

น่าเชื่อว่า การโชว์นโยบายด้านเศรษฐกิจ ด้านปากท้อง เช่นนี้แหละ จะตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ตรงจุด

เมื่อเพื่อไทยเปิดออกมาแล้วบางส่วน คงต้องดูพรรคอื่นๆ ว่า จะมีพรรคไหนจะเปิดนโยบายด้านปากท้องชาวบ้าน ที่ดีและเด็ดกว่านี้ออกมาอีกหรือไม่

รวมทั้งพลังประชารัฐ ที่มีนักการตลาดคนดังเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องรอดูนโยบายใหม่ๆ ว่าจะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นขนาดไหน

แต่อย่างน้อย ทั้ง 2 พรรคใหญ่ แสดงให้เห็นแล้วว่า สนามเลือกตั้งครั้งนี้ แนวรบด้านเศรษฐกิจสำคัญที่สุด

ขณะเดียวกันก็น่าสนใจว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นพระเอกชูโรง จะนำเสนอจุดขายอะไร

หรือจะวนกับจุดเดิมๆ ลุงตู่ผู้รักษาความสงบ ลุงตู่ผู้จะหยุดระบอบทักษิณ

น่าจะเป็นแนวรบเก่าเกินไป ไม่ใช่แนวรบใหม่ในยุคใหม่

ความสนใจของประชาชนคนไทยในยุคนี้ น่าจะเป็นแนวนโยบายเศรษฐกิจการพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่มากที่สุด

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน