หน้าแรก การเมือง ‘อนุสรณ์’ เบร...

‘อนุสรณ์’ เบรกพรรค ‘ระบอบธนาธิปไตย’ จะทำอนาคตชาติดับ ลั่นระฆังรณรงค์ระลอกใหม่ ‘สถาปนารัฐธรรมนูญปชช.’ ให้ได้

10.12.22 | 13:47 น.

‘อนุสรณ์’ เบรกพรรค หยุด ‘ระบอบธนาธิปไตย’ ขายเสียง จะทำอนาคตชาติดับ สะกิดสำนึก ส.ว. รอบนี้งดโหวตนายกฯ จะพ้นวิกฤตต้อง ‘เปลี่ยนค่านิยมหลักสังคม’ ขอให้ปีนี้เป็นจุดเริ่มต้น ‘สถาปนารัฐธรรมนูญประชาชน’ ให้ได้

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย จัดงาน PRIDI Talks #18 x SDID “หนทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

ศ.ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์

โดยเวลา 09.00 น. ศ.ดร.อรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดการเสวนา ความตอนหนึ่งว่า ในโอกาสวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญของไทย เราจึงเห็นควรจัดงานเสวนาวิชาการ เพื่อเปิดพื้นที่ทางความรู้ มุมมอง รวมไปถึงการสร้างความเข้าใจที่แท้จริงต่อรัฐธรรมนูญที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และหนทางอันจะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร วันนี้จึงมีวิทยาการมาร่วมนำเสนอมุมมอง และแนวคิดรัฐธรรมนูญ ในมิติต่างๆ

จากนั้น เวลา 09.15 น. รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวนำในหัวข้อ “การสถาปนาระบอบรัฐธรรมนูญ”

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า เราจะมาระดมความเห็นในเรื่องที่ว่า ทำอย่างไรที่จะสถาปนาให้เกิดระบอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งควรจะต้องเป็นของประชาชน การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น จำเป็นที่จะต้องปกครองโดยกฎหมาย ที่จะต้องมีรัฐธรรมนูญ

เช่นเดียวกับ ‘นิติรัฐ’ ที่ไม่เพียงเป็นแค่การปกครองโดยกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องเป็นกฎหมายที่อยู่บนฐาน ‘ยุติธรรม’ จึงจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน สปิริตของกฎหมายรัฐธรรมนูญและระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีความมั่นคงและยั่งยืน

Advertisement
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ

“การบังคับใช้กฎหมายในสังคมไทย เราคงเห็นปัญหาเรื่องความไม่เสมอภาคอยู่แล้ว ในสังคมซึ่งมีอิทธิพลนอกกฎหมาย หรืออำนาจนอกระบบ จึงมีปัญหาอย่างยิ่ง”

“แต่ปัญหาที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น โดยเฉพาะในไทยซึ่งกติกาสูงสุดจำนวนหนึ่งเกิดขึ้นจากการทำรัฐประหาร มีปัญหาในแง่ความยุติธรรม อย่างรัฐธรรมนูญ 2560 ประชาชนไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ เพราะมีเสียงของ ส.ว. 250 คน เป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศ เมื่อกติกาสูงสุด หรือรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นธรรมมาแต่ต้นเสียแล้ว การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน ‘คุณค่าแห่งความยุติธรรม’ ย่อมสร้างปัญหาได้ตลอดเวลา ต้องฟ้องคดีกันในศาลรัฐธรรมนูญตลอดเวลา หากสามารถวินิจฉัยคดีต่างๆ ด้วยคุณค่าพื้นฐานในเรื่องความยุติธรรมได้ ก็จะสามารถจัดการกับความอยุติธรรมจำนวนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ออกไปได้

ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่ประชาชนผู้รักชาติประชาธิปไตย จะต้องช่วยรณรงค์ หยุดยั้งอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ เนื่องจาก ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จากประชาชน แต่แต่งตั้งสรรหาโดยผู้มีอำนาจไม่กี่คน หรือถ้า ส.ว.จะมีจิตสำนึกที่จะพิจารณา ‘งดเว้นการออกเสียงเลือกนายกฯ’ ในการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า ในอดีตก่อนที่หลายประเทศจะเปลี่ยนมาปกครองระบอบประชาธิปไตย ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญในการปกครอง โครงสร้างส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้ความเชื่อ หรือลัทธิบางอย่างเกี่ยวกับผู้นำของประเทศ หลายประเทศ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แทนที่จะได้ระบอบที่ดีกว่าเดิม ปรากฏว่าเกิดเผด็จการเบ็ดเสร็จในรูปแบบใหม่ บางประเทศเกิดสภาวะอนาธิปไตย เกิดความไร้เสถียรภาพ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์

“ความวุ่นวายเดือดร้อนจะไม่เกิด ถ้าพวกเราทั้งหลายช่วยกันพัฒนา สร้างสรรค์การปกครองโดยกฎหมาย หรือสถาปนารัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้น ซึ่งต้องมีลักษณะสำคัญ 2 ประการ คือ

1. ประกันสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน รวมถึงสิทธิด้านอื่นๆ 2.รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดในการกำหนดความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ในเชิงโครงสร้าง และหน้าที่ของสถาบันต่างๆ ทางการเมือง ต่อประชาชน และประชาชนต่อสถาบันทางการเมือง

การมีรัฐธรรมนูญที่ดี เป็นเพียงพื้นฐานเบื้องต้นที่ประเทศจะมีความเจริญก้าวหน้า มีระบอบการเมืองทีดี และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งการจะมีหลักประกันความสำเร็จของระบอบการปกครอง ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม คุณภาพแห่งการเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆ รวมทั้งต้องไปตรวจสอบดูว่า ประเทศนั้นๆ ก่อร่างสร้างประเทศขึ้นมาอย่างไร การสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น เชื่อมโยงกับอำนาจประชาชนหรือไม่ กรณีของไทย รัฐธรรมนูญ 60 ก็สืบเนื่องจากการรัฐประหารปี 57 ไม่ได้มีที่มาจากประชาชนแต่อย่างใด แม้มีความพยายามให้มีการทำประชามติ แต่ก็เป็นไปภายใต้บรรยากาศที่ประชาชนไม่มีเสรีภาพเต็มที่ การสถานาจึงมาจากคณรัฐประหาร ไม่ใช่ประชาชน” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ความคิดที่ถือว่า มนุษย์ทุกคนเกิดมาเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีใครอ้างชาติกำเนิด อ้างเส้นสายระบบอุปถัมภ์ให้ได้สิทธิเหนือคนอื่น หากค่านิยมนี้ที่มองว่า ‘ทุกคนเสมอภาค’ กลายเป็นค่านิยมหลักของสังคมไทย กรณีหลายมาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมายก็ยากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่ากรณี บอส อยู่วิทยา กรณีตู้ห่าว หรือกรณีจับแล้วลดโทษ มีชื่อในคุกแต่ออกมาเดินข้างนอก จะไม่มี จึงต้องร่างรัฐธรรมนูญประชาชนให้ได้

แต่เราจะไม่มีอนาคตเลย ถ้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 4-6 เดือนข้างหน้า กลายเป็นว่าพรรคต่างๆ ที่เข้าสู่การเลือกตั้งโดยใช้วิธีซื้อเสียง ส.ส. ซื้อพรรค ปัญหา Money Politics หรือ ธนาธิปไตย จะทำให้ประชาธิปไตยอ่อนแอ แล้วจะเป็นข้ออ้างของฝ่ายที่นิยมอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่า รัฐประหารปี 2557 จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เราต้องช่วยกันทำให้ Money Politics ลดลง ให้ประชาชนไปเลือกจากนโยบาย ความรู้ความสามารถ และเป็นคนดีพอ แต่ก็ต้องใช้เวลา

ถ้าเราจะมาโจมตีว่า ‘ประชาธิปไตยไทย’ 90 ปีแล้ว ไปไม่ถึงไหนเลย แต่ท่านต้องเข้าใจ ที่เราบอก 90 ปีนั้น ไม่ใช่ ประชาธิปไตยที่ถูกสถาปนาจริงๆ ไปนับดูไม่ถึง 20 ปี ผมมองโลกในแง่ดี 20 ปี ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว และเรายังดีกว่าประเทศอื่น แม้จะมีเหตการณ์รุนแรงหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังรุนแรงน้อยกว่าบางประเทศ ก็พยายามคิดอย่างนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจ

สุดท้ายแล้ว ขอให้วันที่ 10 ธันวาคม 2565 เป็นจุดเริ่มต้นของการรณรงค์ระลอกใหม่ เรารณรงค์ให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาหลายระลอกแล้ว ครั้งนี้ต้องทำให้สำเร็จ และจะต้องสถาปนาการปกครองโดยกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญมาจากประชาชนให้ได้ นี่จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของเรา” รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว