ภาพเด่นของ “นักการตลาด” มีจุดให้เห็นเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่ว่าในแวดวง “การตลาด” ไม่ว่าในแวดวง “การเมือง”
เมื่อ “นักการตลาด” เหยียบบาทก้าวเข้ามา
จุดเด่นอย่างหนึ่งของนักการตลาด คือ ความเข้าใจที่จะเรียนรู้ต่อสภาพการณ์และความเป็นจริงของ “ตลาด”
ตลาดอันหมายถึง “มวลชน”
เหมาเจ๋อตงซึ่งเป็นนักการตลาดระดับเยี่ยมยุทธ์เคยเสนอผลึกทางความคิดจากการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
“มวลชน” คือ “วีรชน” แท้จริง
เป็นบทสรุปตั้งแต่เมื่ออยู่วิทยาลัยครูที่ฉางอัน ต่อเนื่องมายังเป็นผู้ช่วย “บรรณารักษ์” ณ ห้องสมุดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
กระทั่ง เมื่อไปปักหลัก ณ จิ่งกังซาน
ใครที่ศึกษาอนุศาสน์ของเหมาเจ๋อตงก็จะมองเห็นบริบทแห่งรูปประโยคของความสัมพันธ์และต่อเนื่องของบทสรุป
1 มวลชนเป็นวีรชน 1 เรานั้นอ่อนหัด น่าขัน
คำว่าอ่อนหัดน่าขันนั้นเองจำเป็นต้องถ่อมตัวทำตนเป็น “นักเรียนร้อย” เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจต่อมวลชน
หากไม่เข้าใจก็มิอาจให้ “การศึกษา”
หากไม่สามารถให้การศึกษา ปลุกระดม ทำให้เกิดสำนึกและความตื่นตัวในทางความคิดก็ไม่สามารถจัดตั้ง
แต่ภายใน “จุดเด่น” ก็มีโอกาสเกิด“จุดอ่อน”
จุดอ่อนเกิดจากการประสบความสำเร็จ สามารถจัดตั้งและดำรงอยู่ในสถานะอันเป็น “ผู้นำ” ในหมู่มวลชน
ชัยชนะนี้เองที่อาจนำไปสู่จุดอ่อนและความบกพร่อง
เป็นจุดอ่อนและความบกพร่องอันเกิดจากความโน้มเอียงที่ต้องการบทบาท “นำ” และกระตือรือร้นอย่างยิ่งในการช่วงชิง
ช่วงชิงเล่นบท “นำ”
เป็นบทนำที่ประเมินตัวเองสูง เมื่อเป็น “รอง” นายกรัฐมนตรีมาอย่างยาวนานก็มีความต้องการเป็น “นายก” รัฐมนตรี
การพลั้งเผลอในทาง ”ความคิด” ในทาง ”การเมือง” จึงปรากฏ
เหมือนกับ “รอง” นายกรัฐมนตรีบางคนปล่อยข่าวผ่านโต๊ะอาหารบางโต๊ะ เหมือนกับผู้มากด้วยความมั่นใจบางคนเล่นบทนำหน้า
นำหน้าแม้กระทั่งการ “ชิงไมค์”
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น “วาสนา” ล้วนเป็น “อนุสัย” อันตกค้างอยู่ในปุถุชน ไม่ว่าจะเป็น “นักการเมือง” หรือ “นักการตลาด”
เพียงแต่ “มวลชน” จะอ่านทะลุหรือไม่
ยิ่งการเมืองมีการต่อสู้เข้มข้นยิ่งการตลาดการเมืองแผ่ขยายพื้นที่ออกไปกว้างขวางลึกซึ้งมากเพียงใด
ภาพ “เด่น” ภาพ “ด้อย” ย่อมปรากฏ
ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นการเมืองในพรรคภูมิใจไทย
ทะลุถึง “นักการตลาด” ทะลุถึง “นักการเมือง”

