มีคำถามตัวใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ทราบข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ข้าราชการมาออกกำลังกาย
เวลาที่ “บิ๊กตู่” กำหนดคือ “บ่าย 3 โมง” ทุกวันพุธ
แล้วภาพก็อย่างที่หลายคนได้เห็นเมื่อวันก่อน คือ ที่ทำเนียบรัฐบาลวันพุธนั้น บรรดารัฐมนตรี ข้าราชการตั้งแต่ระดับสูงยันระดับล่าง ต่างละทิ้งงานแล้วออกมา “เอ็กเซอร์ไซส์” เอาใจคำสั่งท่านผู้นำกันยกใหญ่ (นี่เราจะไม่พูดถึงกิจกรรมเกี่ยวกับการออกกำลังที่เกิดขึ้นอย่าง แกว่งแขน โยนจาน ฯลฯ )
นี่แค่ทำเนียบรัฐบาล
ยังมีอีกหลายหน่วยราชการที่ท่านนายกฯ อยากเห็นการรวมพลัง “ออกกำลังกาย” (ตอนบ่าย 3 – อารมณ์ประมาณได้ภาพพร้อมเพรียง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ทุกหมู่เหล่า) ซึ่งในยุคที่ ม. 44 ปลิวว่อนทั่วฟ้า ไม่แน่ใจว่า จะมีข้าราชการหน่วยงานไหนกล้าขัด ไม่เอาด้วยกับมาตรการณ์นี้ไหม
ไม่แน่ว่าต่อไปทุกวันพุธ เราอาจจะได้เห็นข้าราชการแข่งกันมาออกกำลังกาย แล้วนักข่าว-ช่างภาพแต่ละกระทรวงต้องแข่งกันส่งภาพโชว์ความยิ่งใหญ่อลังการ
ท่าน “บิ๊กตู่” บริหารประเทศเหมือนบริหารกองทัพ
มองข้าราชการเป็นเหมือนทหารที่สามารถสั่งซ้ายหัน ขวาหัน ได้
ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ คือถามหน่อยเถอะว่า บ่าย 3 โมงอันพระอาทิตย์ยังแผดจ้าอยู่กลางกระบาลนั้นมันใช่เรื่อง หรือมีใครที่ไหนเขาออกกำลังกายกันบ้าง
แต่สำคัญ และเหนืออื่นใด คือ นี่ยังเป็นเวลาราชการที่มีประชาชนเดินทางมาติดต่อราชการ รอความช่วยเหนือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ถ้าประชาชนมาแล้วพบกับคำตอบว่า “เจ้าหน้าที่ไม่ว่างค่ะ/ครับ กำลังเล่นไล่จับจานร่อนอยู่ อ้อ ! เล่นวอลเลย์บอลด้วย”
ถามว่าจะรู้สึอย่างไร
แน่นอน การออกกำลังกายเป็นเรื่องดี
อย่างน้อยก็ช่วยแก้ปัญหาภาษิตโบราณเกี่ยวกับข้าราชการไทยเรื่อง “เช้าชามเย็นชาม” ได้บ้าง (ฮา)
แต่มันใช่หรือที่ต้องเป็นเวลานี้
เพราะบ่าย 3 โมง มันใช่เวล่ำเวลาที่จะมาออกกำลังกายไหม
ข้าราชการจะเบียดบังเวลาราชการมา “เอาใจคำสั่งนายก” อย่างนี้มันใช่เรื่องที่ไหนกัน
ลองคิดภาพต่างจังหวัดตาม (ในฐานะคนหนึ่งที่มีประสบการณ์)
พี่น้องประชาชนจากชนบทห่างไกล เดินทางมาติดต่อ ทำธุระที่ว่าการอำเภอ เสียเวลาทั้งวันกับการเดินทาง บางคนอาจต้องหยุดงาน หยุดการประกอบอาชีพสำหรับงานนี้ แต่สุดท้ายก็ได้มาพบว่า
ข้าราชการหายหน้าหายตาไปออกกำลังกายกันหมด กลับมาก็เหนื่อยหอบแฮ่กๆ เก็บข้าวของ หมดเวลางาน กลับบ้านกันหมด
แล้วใครล่ะจะยินดีปรีดาหากต้องเจอเรื่องแบบนี้
สำหรับพี่น้องประชาชน (โดยเฉพาะในต่างจังหวัด) ใครที่เคยใช้บริการย่อมรู้ดีว่าต้องใช้เวลาขนาดไหนในการติดต่อหน่วยราชการ บางเรื่องเป็นวัน บางเรื่องก็หลายวัน นี่ยังไมนับคู่สายตาของข้าราชการที่ดูแคลนประชาชนซึ่งทำราวกับมาขอข้าวเขากิน เคยเห็นภาพประชาชนถอดรองเท้าขึ้นที่ว่าการอำเภอ ไร้ปากเสียง ไร้ตัวตน นั่งรออยุ่อย่างนั้น แล้วรู้สึกอยากพาข้าราชการไป “เอ็กเซอร์ไซส์” กันเดี๋ยวนั้นเลย
ประชาชนคนทุกข์ยาก บอกให้รอก็คงต้องรอ บอกให้กลับก็คงต้องกลับ
ยิ่งมาเจอการใช้เวลาราชการอย่างนี้ – เซ็งไปตามๆ กัน
จะบอกว่าแก้ปัญหาข้าราชการติดออนไลน์ ติดเน็ต ไม่ออกกำลังกาย ไม่เคลื่อนไหว เกรงจะเป็นภัยต่อสุขภาพ อย่างนั้นก็ควรจะมีมาตรการอื่นไหม ที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ต้องใช้บริการจากภาครัฐ
วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ก็นัดกันมาสิ “บิ๊กตู่” จะนำ “เอ็กเซอร์ไซส์” ตั้งแต่ตี 5 ยัน 6 โมงเย็นก็คงไม่มีใครตำหนิใครว่า
เอาเถอะ แต่ถ้าจะยังยืนยันออกกำลังกายกันเวลานี้ต่อไป ก็ดูสิว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน
หอบแฮกๆ ในวันแรกท่านนายกฯ อาจจะยังไม่เข็ด
ลองเรื่อยๆ แล้วก็รอฟังเสียงจากประชาชนผ่านการเลือกตั้ง (ถ้าโร้ดแม็ปไม่เปลี่ยน)
ถ้าเชื่อว่าช่วง 2-3 ปี หลังจากยึดอำนาจมานี้ ทำดี ทำถูก ประชาชนพอใจ มีนโยบาย มีคำสั่งที่ทุกคน “แฮปปี้” ก็ลองตั้งพรรคการเมืองมาแข่งขันให้ประชาชนเขาเป็นคนตัดสินใจ เลือกท่านกลับมาเป็นนายกอีกสมัย จะน่าภูมิใจกว่าเยอะ
เดี๋ยวรู้เลย

