มณเฑียร ลั่นงดโหวตนายกฯเสรี เย้ยเสียง ส.ว.ใหญ่กว่า ส.ส. เกลียดยังไงก็ต้องอยู่กับสิ่งนี้
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกฯที่ต้องเป็น ส.ส.จากพรรคที่เสนอชื่อ และการยกเลิกมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. ว่ายังไม่เห็นรายละเอียดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ครั้งที่แล้วตนโหวตตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯและโหวตสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ยกเว้นร่างที่มีเนื้อหาซ้ำกันไม่ได้เกี่ยวกับว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา เพราะต้องไปดูต่อในวาระ 2 และ 3
เมื่อถามว่า การที่ ส.ว.ยังมีส่วนในการโหวตเลือกนายกฯจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นนายกฯ หรือไม่ นายมณเฑียรกล่าวว่า ไม่สามารถวิเคราะห์แทนคนอื่นได้ เพราะเชื่อว่า ส.ว.ควรจะมีเอกสิทธิ์ แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นจะยึดหลักการเดียวกับตนหรือไม่ ทั้งนี้ ประกาศว่าจะไม่ทำหน้าที่ตามมาตรา 272 คือ ในครั้งหน้าจะของดออกเสียงในช่วงการโหวตเลือกนายกฯ เพื่อไม่ให้สถาบันวุฒิสภาถูกประณามหยามเหยียดไปมากกว่านี้ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองของใครคนหนึ่ง และไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นปั๊มตรายาง” นายมณเฑียรกล่าว
ขณะที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ข้อเสนอที่นายกฯต้องเป็น ส.ส.คือปัญหาเดิม ที่ไม่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน เชื่อว่านายกฯคนปัจจุบันคงจะไปลงสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง การนำประเด็นนี้มาโยงกับการปิดสวิตช์ ส.ว.ก็เห็นอยู่แล้วว่า ส.ว.ไม่ผ่าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ผ่าน เพียงแต่เสนอประเด็นถกเถียงเพื่อหาเสียงทางการเมืองเท่านั้น เป็นเพียงเกมการเมืองไม่เกี่ยวว่ารัฐธรรมนูญไม่ดี
“ดังนั้น ส.ว.คือเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา เป็นก้อนใหญ่มากกว่า ส.ส.แต่ละพรรคด้วยซ้ำไป จึงเป็นหลักสำคัญในการเลือกนายกฯ แม้คุณจะรังเกียจอย่างไรคุณก็ต้องอยู่กับสิ่งนี้ หากยังไม่หันหน้ามาพูดคุยกันและตกลงกันด้วยความเห็นพ้องต้องกัน ในช่วง 5 ปีนี้คุณไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจได้ หากยังกระแหนะกระแหนว่า ส.ว.มาจากการรัฐประหารและไม่เป็นประชาธิปไตย ถือว่าเป็นการพูดแบบทะเลาะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาก็ไม่ผ่านอยู่ดี” นายเสรีกล่าว

