‘ชลน่าน’ ลั่นนายกฯตั้ง ‘พีระพันธุ์’ ไม่เห็นหัว ปชช. ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ ล็อกเป้า จับตางบกลาง

21.12.22 | 13:32 น.

‘ชลน่าน’ ลั่น ‘นายกฯ’ ตั้ง ‘พีระพันธุ์’ ไม่เห็นหัว ปชช. ‘กมธ.ติดตามงบฯ’ เตรียมตรวจสอบ ‘งบกลาง’ ที่ ครม.อนุมัติ

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่งตั้ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้เป็นไปตามที่เราคาด เพราะมีการลาออกของ นายดิสทัต โหตระกิตย์ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาแทน นายพีระพันธุ์ก็มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษานายกฯอยู่แล้ว หากถามว่าทำได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าทำได้ ไม่มีกฎหมายใดๆ ที่จะไปห้ามว่าไม่ควรตั้ง หรือห้ามแต่งตั้ง

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า แต่หากถามว่าเหมาะสม สมควรหรือไม่ ก็ต้องถามว่าตั้งไว้เพื่อการใด อายุของรัฐสภาจะหมดอายุลงวันที่ 23 มีนาคม 2566 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน การเปลี่ยนแปลงบุคลากรของรัฐ โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ โดยสามัญสำนึกแล้วมันไม่เหมาะสม และโดยเฉพาะคนที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกฯคนเดิมเป็นคนที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งไม่มีข้อบกพร่องใดๆ แต่กลับเปลี่ยนออก ฉะนั้น วัตถุประสงค์ของการแต่งตั้งก็เชื่อได้เลยว่าไม่เกี่ยวกับหน้าที่และการทำงานที่ควรจะเป็น ทำให้มองได้ว่าเป็นเรื่องของการเมือง เป็นการเอื้ออำนวยให้กับพรรคการเมืองที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปอยู่ด้วย

“การกระทำเช่นนี้ก็เหมือนกับว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นหัวของประชาชน เป็นการใช้หน้าที่ในการเอาเปรียบทางการเมือง มันไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นพ.ชลน่านกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

เมื่อถามว่า จะเข้าข่ายการครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า การตีความมาตรานี้ หากพรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลภายนอกมาครอบงำ ชี้นำ ในการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง โดยเฉพาะทำให้สมาชิกขาดความเป็นอิสระ ก็ถือว่าเป็นการครอบงำ

ด้าน นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรค พท. กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตในประเด็นดังกล่าวว่ามีการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะงบกลางที่อยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรี จากนี้ไปจนกว่าจะถึงการเลือกตั้ง เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมือง ซึ่งเรื่องนี้จะเห็นได้ว่าแม้ระเบียบวิธีการปฏิบัติในการอนุมัติงบประมาณจะเป็นอำนาจ และมีระเบียบวิธีปฏิบัติของสำนักงบประมาณก็ตาม แต่ปรากฏว่าการใช้งบประมาณดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่ต้องรับทราบและอนุมัติ ทั้งนี้ ก็มีอีกหลายโครงการที่ส่อไปในทางทุจริต

นายไชยากล่าวต่อว่า วันพรุ่งนี้ (22 ธันวาคม) ตนจะลงนามหนังสือของ กมธ.ติดตามงบฯ ไปถึงสำนักงบประมาณให้รายงานการใช้งบกลางที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในแต่ละสัปดาห์มาให้ กมธ.ได้รับทราบ เพราะวิธีปฏิบัติของสำนักงบประมาณก็ทำเหมือนงบกลางเป็นงบราชการลับ ซึ่งงบนี้ไม่ใช่งบราชการลับ แต่เป็นงบประมาณที่จะต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณะว่างบประมาณโดยการอนุมัติของ ครม.ต้องสามารถตรวจสอบและติดตามได้ แต่ที่ผ่านมางบกลางกว่าจะได้มา อาจจะไม่ทันการ เพราะเป็นขั้นตอนตามอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องสั่งการให้สำนักงบประมาณเป็นคนให้ข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ