หน้าแรก การเมือง ฝ่ายค้านบี้เด...

ฝ่ายค้านบี้เดือด เหตุเรือหลวงล่ม ชี้ชัดเครื่องจีน ถามจะยังใส่เรือดำน้ำอีกไหม? บิ๊กตู่ชิ่ง ให้ รมช.โร่แจง

22.12.22 | 13:30 น.

“ก้าวไกล” จี้ถามความชัดเจนเหตุ “เรือหลวงสุโขทัยอับปาง” ซัด “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯมา 8 ปี บริหารหน่วยงานให้ดียังไม่ได้ ด้าน “ยุทธพงศ์” ฉะกรมอุตุฯต้องรับผิดชอบ ฐานไม่พยากรณ์อากาศเตือนมีคลื่นแรง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว เข้าสู่วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเล ซึ่งยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่าเกิดจากเหตุใด จึงอยากขอให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีได้อธิบายไทม์ไลน์เหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น เวลาที่น้ำเข้าเรือและเรือเกิดเหตุ ท่านได้รับการแจ้งเหตุเวลาใด เรือที่เข้าไปช่วยลำแรกคือเรือหลวงกระบุรี ไปในช่วงเวลาใด และช่วงเวลาที่เรือหลวงกระบุรี เข้าไปช่วยนั้น พบเห็นจำนวนกำลังพลเท่าไหร่ และเรือยังไม่จมสู่ใต้พื้นท้องทะเลใช่หรือไม่ อุปกรณ์ของเรือหลวงกระบุรี มีอะไรบ้าง มีเสื้อชูชีพ ห่วงยาง เรือยาง เท่าไหร่และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะช่วยกำลังพลให้รอดชีวิตมีอะไรบ้าง และได้ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานใดบ้าง ได้รับการตอบรับจากหน่วยงานใดบ้างว่าจะเข้าช่วยเหลือ และเรือหลวงสุโขทัย อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีประวัติการซ่อมบำรุง ใช้งบประมาณในการซ่อมบำรุงมากน้อยแค่ไหน และการเข้าซ่อมบำรุงครั้งล่าสุดเมื่อไหร่

นายณัฐชากล่าวต่อว่า เรื่องเสื้อชูชีพ กองทัพเรือจำนนต่อหลักฐานแล้วจากกำลังพลที่รอดชีวิต ที่ต้องปล่อยศพเพื่อน และลอยคอกับเพื่อนที่ไม่มีชูชีพ ท่านต้องตรวจสอบและตอบสังคมให้ชัดว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่ท่านตอบมาว่ามีงบประมาณการซ่อม ถ้าเรือพร้อมใช้งานจริงแต่วันนี้เกิดเหตุขึ้นแล้ว นอกจากนี้ อยากรู้ว่าภารกิจใดที่จำเป็นต้องออกเรือไปในช่วงเวลามรสุม ใครเป็นคนออกหนังสือในการสั่งการภารกิจต่างๆ ได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนก่อนหรือไม่ และเหตุใดยังดื้อดึงนำกำลังพลไปฝ่าคลื่นลมแรง กำลังพลเป็นทหารที่ถูกบังคับเกณฑ์ทหารมาหรือไม่ และว่ายน้ำไม่เป็นหรือไม่ ได้รับการฝึกฝนอบรมเพื่อเผชิญเหตุหรือไม่ และมีอุปกรณ์เพียงพอหรือไม่

“สงสัยว่าการออกลาดตะเวนทั้งที่ชูชีพและแพยางมีไม่พอให้กำลังพลบนเรือ จะไปช่วยเรืออื่นที่อับปางอย่างไร เป็นสภาพที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ สุดท้ายแล้วใครรับผิดชอบกับการสูญเสียกำลังพล ทรัพยากร ขวัญกำลังใจของกำลังพล และครอบครัว”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี เต็ม มีอำนาจล้นฟ้า แต่บริหารราชการในหน่วยงานที่ท่านเกิดและเติบโตให้ดียังไม่ได้เลย ท่านจะไปบริหารประเทศให้ดีขึ้น อีก 2 ปีที่เหลืออยู่ได้อย่างไร ทำมา 8 ปี แล้วบ้านท่านเองยังมีปัญหา ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในกองทัพ จึงถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปกองทัพแล้วหรือยัง” นายณัฐชากล่าว

ด้าน พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรือหลวงสุโขทัยอับปางลง มีผลทำให้กำลังพล และกองทัพเรือได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับกำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลประจำเรือผู้ประสบภัยทุกนาย ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อกำลังพล และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ส่วนนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อกำลังพลของกองทัพเรือที่ได้ทุ่มเทเสียสละ โดยเฉพาะครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ซึ่งยอดล่าสุดคือ 6 ราย ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้จะมีพิธีรับศพไปบำเพ็ญกุศลในพระบรมราชานุเคราะห์

Advertisement

พล.อ.ชัยชาญชี้แจงต่อว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลา 18.40 น. วันที่ 18 ธันวาคม โดยศูนย์อำนวยการกองทัพเรือได้รับรายงาน และได้รายงานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้สั่งการให้กองทัพเรือได้เข้าแก้ไขสถานการณ์ เพื่อควบคุมเรือรบ และดูแลความปลอดภัยของกองทัพเรือทุกนาย

“ส่วนสาเหตุหลักทางกองทัพเรือได้รายงานว่าวันนั้นมีสภาพอากาศคลื่นลมแรง และมีน้ำเข้ามาในตัวเรือบางส่วนส่งผลไปถึงเครื่องจักรใหญ่ทำให้หยุดทำงาน จนไม่สามารถควบคุมเรือได้ และน้ำเข้ามาตัวเรืออย่างรวดเร็ว เวลา 18.40 น. เรือเอียงอยู่ 60 องศา จึงได้สั่งการให้เข้าไปช่วยเหลือ”

พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า ด้วยสภาพคลื่นลมในช่วงนั้น ทำให้เรือกระบุรีถึงเรือหลวงสุโขทัยประมาณเวลา 20.40 น. ส่วนอุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยปกติจะมีอัตราประจำเรือ ส่วนหนึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ชูชีพส่วนบุคคล แพชูชีพ และชูชีพเป็นวง แต่แพชูชีพปล่อยไม่ได้เพราะคลื่นทะเลแรง แม้แต่เฮลิคอปเตอร์ที่นำไปช่วยก็ทำได้ยาก เพราะเรือและเสากระโดงโคลงเคลง ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าภายในเรือหลวงสุโขทัยมีเสื้อชูชีพครบหรือไม่ ได้สั่งให้กองทัพเรือไปตรวจสอบให้กระจ่างและชี้แจงต่อสังคมแล้ว การซ่อมบำรุงเรือหลวงสุโขทัย ได้ซ่อมบำรุงใหญ่เมื่อ ปี 2561-2563 และรับกลับมาปี 2564 งบประมาณซ่อมบำรุงที่กองทัพเรือได้รับ โดยเฉพากับการซ่อมบำรุงเรือ เฉลี่ยปีละ 1,300 ล้านบาท สำหรับปี 2566 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 1,800 ล้านบาท ทั้งนี้ อายุการใช้งานเรือของกองทัพเรือเฉลี่ยส่วนใหญ่เกิน 30 ปีขึ้นไป ส่วนอายุเรือรบหลักๆ อยู่ที่ 40 ปี ฉะนั้น สาเหตุจริงๆ ที่ทำให้เรืออับปางต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

พล.อ.ชัยชาญกล่าวว่า เรือกระบุรีได้เตรียมเครื่องมือแพยาง ซึ่งมีอยู่ 8 แพ และเรือเล็ก แต่ด้วยสภาพคลื่นลมทำให้ไม่สามารถส่งลงไปได้ ในวันที่ 18 ธันวาคมเรือหลวงสุโขทัยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ในสภาพอากาศที่เป็นคลื่นลมแรง ก่อนจะออกภารกิจก็จะประเมินสถานการณ์จากข้อมูลของกรมอุตุฯ นอกจากนี้ เรายังได้ฝึกซ้อมตลอดเวลา และก่อนออกเรือจะชี้แจงกำลังพลถึงการปฏิบัติงานบนเรือ แต่กรณีกำลังพลที่ร่วมเดินทางไปชุมพร ต้องให้กองทัพเรือเข้าไปสอบข้อเท็จจริงว่ากำลังพลเหล่านั้นได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และปฏิบัติตัวอย่างไร เรื่องการอยู่รอดในภาวะฉุกเฉินมีการฝึกตามวงรอบอยู่แล้ว

พล.อ.ชัยชาญกล่าวต่อว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเรือหลวง หรือของกองทัพเรือ กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในทะเล และกำลังของกองทัพเรือเข้าไปช่วยเหลือ และในแต่ละเรือที่เข้าไปช่วยเหลือนั้น อุปกรณ์ที่จะช่วยเหลือมีทั้งเรือเล็ก ชูชีพ และมีชูชีพบนเรือ ซึ่งต้องยอมรับว่าชูชีพบนเรือมีจำนวนหนึ่งไว้สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น เราจะต้องไปสอบสวนข้อเท็จจริงว่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้ถูกใช้ทั้งหมดครบถ้วนหรือไม่อย่างไร แพชูชีพ ที่ติดอยู่กับเรือหลวงสุโขทัย ปล่อยลงไปในทะเลได้หรือไม่ เรือเล็กลงไปได้หรือไม่ ตรงนี้กองทัพเรือจะดำเนินการให้กระจ่าง และได้เน้นย้ำไปยัง ผบ.ทร.ว่าการสอบสวนจะต้องให้ประชาชนได้เข้าใจ และรับทราบข้อเท็จจริงด้วย และกำลังพลทั้งหมดกว่า 70 นาย ที่จะต้องให้ปากคำนั้น ทุกคนอยู่ในเหตุการณ์จริง ดังนั้น การจะทำให้เหตุการณ์นั้นไม่จริงคงเป็นได้ยาก

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพนั้น กองทัพระลึกเสมอว่าต้องปฏิรูปตัวเองเพื่อดูแลประชาชน โดยเฉพาะการปฏิบัติภารกิจ การป้องกันประเทศหรือการรักษาความมั่นคง รวมถึงการพัฒนประเทศ ซึ่งกองทัพมีการปฏิรูปมาโดยต่อเนื่อง มีแผนระยะเวลา 5 ปี 10 ปี ทั้งเรื่องกำลังพล การปฏิบติทางยุทธการ การส่งกำลังบำรุง เราไม่ได้อยู่เฉยในการทำให้กองทัพมีประสิทธิภาพ และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและทำให้กองทัพเป็นกองทัพที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน ที่จะดูแลสิทธิอธิปไตยของประเทศตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

จากนั้นเป็นกระทู้ถามสดของ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ถามในเรื่องเดียวกันว่า มีข้อสังสัยว่าประเทศไทยมีกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีหน้าที่ในการพยากรณ์อากาศ ร้อน หนาว คลื่นลมแรง เรือห้ามออกจากฝั่ง แต่เรือหลวงสุโขทัยออกเดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบ 1 วัน ก่อนเกิดเหตุการณ์ และวันที่เกิดเหตุการณ์ 18 ธันวาคม ที่มีคลื่นลมสูงถึงสเต็ป 6 ทั้งคลื่นทั้งพายุ ก็ต้องถามว่าทางกองทัพเรือ ปล่อยให้เรือหลวงสุโขทัย ออกมาลาดตระเวนทำไม เพราะยังไม่มีความจำเป็นที่ขณะนี้นั้นมีอริราชศัตรู หรือมีเรือรบ กำลังของฝ่ายข้าศึก ที่มารุกล้ำอธิปไตยของเราจนจำเป็นต้องส่งเรือรบเข้ามาในสถานการณ์ที่มีพายุ และกรมอุตุฯซึ่งมีหน้าที่ในการพยากรณ์อากาศไม่ได้เตือนอะไรเลยว่ามีพายุ มีคลื่นลมขนาดใหญ่ และไม่มีเฉพาะเรือหลวงที่ล่ม ยังมีเรือพาณิชย์และเรือประมงอีก 2-3 ลำ ที่ล่มในเหตุการณ์นี้ จึงอยากถามนายกรัฐมนตรีว่าไปตั้งอธิบดีกรมอุตุฯ ซึ่งไม่มีความรู้ด้านอุตุฯ จบแค่บริหารธุรกิจ ไม่มีการพยากรณ์อากาศหรือเตือนเลย และจะต้องรับผิดชอบอย่างไร และให้ไปเช็กบิลกรมอุตุฯด้วย เพราะตนยังรู้เรื่องกรมอุตุฯมากกว่าเลย

นายยุทธพงศ์​กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เครื่องยนต์ดับ มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เอ็มทียู ซึ่งเป็นเรือรุ่นเดียวกับที่จะใส่ในเรือดำน้ำลำแรก ที่กำลังต่ออยู่ในประเทศจีน จึงอยากถามว่าขนาดเรือที่อยู่บนน้ำยังเกิดความสูญเสียขนาดนี้ ถ้าใต้น้ำใครจะรับผิดชอบ ท่านยังจะใช้เครื่องยนต์ติดเรือดำน้ำซีเอชดี ที่รัฐบาลจีนจะเอามาเปลี่ยนแทนเครื่องเอ็มทียูอีกหรือไม่ และตั้งแต่เกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เคยไปเยี่ยมกำลังพล ไม่เคยไปตรวจดูสถานการณ์เลย อยากถามว่าเพราะเหตุใดนายกฯถึงไม่สนใจเรื่องนี้เลย

ด้าน พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรือหลวงสุโขทัยอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจราชการในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมีสถานการณ์ภัยพิบัติทางทะเลเกิดขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กองทัพเรือก็ต้องใช้ทรัพยากรของกองทัพเรือที่มีอยู่ไปดูแลช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะประสบภัยพิบัติทางทะเล เมื่อเกิดเหตุ ทางกองทัพเรือก็จะส่งเรือหลวงที่มีประสิทธิภาพของกองทัพเรือเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ครั้งนี้เนื่องจากเป็นสถานการณ์อีกลักษณะหนึ่งที่ทำให้เรือหลวงสุโขทัยได้ประสบกับภาวะคลื่นลมแรง และก่อนออกปฏิบัติการกองทัพเรือก็ต้องศึกษาสภาพอากาศ มีการวางแผน ประเมินสถานการณ์ว่าในสภาวะแบบนี้กองทัพเรือสามารถปฏิบัติภารกิจได้หรือไม่ แต่เมื่อประเมินแล้ว ด้วยประสิทธิภาพขีดความสามารถของเรือก็สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจได้ เมื่อพบคลื่นลมแรงเรือก็พยายามที่จะหลบลมแรง แต่ด้วยสภาพอากาศจึงประสบปัญหาก่อน เรือจึงไม่ได้เข้ามาในพื้นที่บางสะพาน

พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า เรือดำน้ำและเครื่องยนต์เอ็มทียู เป็นเครื่องที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ถึงปัจจุบันนี้ทางกองทัพเรือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นเอ็มทียูของจีน ซึ่งทางกองทัพเรือได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนถึงประสิทธิภาพของเครื่อง และวางแผนไปดูถึงโรงงานผลิต ขีดความสามารถ เพื่อมาวิเคราะห์อีกครั้ง โดยจะต้องได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมาใช้ในเรือดำน้ำได้ โดยในช่วงเดือนมกราคมหรือเมษายน 2566 จะเดินทางถึงแหล่งผลิต เพื่อดูมาตรฐาน การดำเนินงาน ที่สำคัญเครื่องที่ผลิตโดยประเทศจีนอาจจะต้องใช้ในยุทโธปกรณ์ของจีนด้วย ที่สำคัญกองทัพเรือยึดถือประโยชน์ ความปลอดภัยของกำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าจะต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจงต่อว่า การไปเยี่ยมกำลังพลและติดตามสถานการณ์นั้น ตั้งแต่วันเกิดเหตุก็ได้รายงานไปถึงนายกรัฐมนตรี และท่านได้ติดตามและสั่งการตลอดให้ดูแลโดยเฉพาะเรื่องชีวิตและความปลอดภัยกำลังพลของกองทัพเรือทุกคน โดยมอบหมายให้ตนไปติดตามสถานการณ์และเยี่ยมครอบครัวกำลังพล และช่วยเหลือ นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพเข้าไปดำเนินการ ซึ่งช่วงนี้มีเรือเข้าไปในพื้นที่ 8 ลำ เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานของกองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 13 ลำ รวมทั้งอากาศยานไร้คนขับ จำนวน 1 ระบบ

มีการแบ่งพื้นที่ให้ละเอียดขึ้นเพื่อค้นหากำลังพลทั้ง 23 คน ให้พบโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ติดตามสถานการณ์และสั่งการมาโดยต่อเนื่อง