‘พิชัย’ โต้ ‘กรณ์’ เช็คช่วยชาติล้มเหลว แจกแล้วศก.ยังติดลบยาว แนะปชป.พัฒนาวิธีคิด

26.11.16 | 11:43 น.

“พิชัย” ยืนยัน เช็คช่วยชาติ 2,000 บาท สมัย ปชป. ล้มเหลว เพราะแจกแล้วเศรษฐกิจติดลบต่ออีก 6 เดือน และไทยเข้มแข็งมีแต่ข่าวทุจริต “สอนมวย” อยากให้ ปชป. พัฒนาวิธีคิดนโยบาย

วันนี้ (26 พ.ย.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว. คลังออกมาแก้ตัวเรื่องการแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์โดยอ้างว่าช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้นั้น ก็อยากให้ นายกรณ์กลับไปดูผลการแจกเช็คช่วยชาติที่แจกในเดือนมีนาคม 2552 หลังจากแจกแล้ว 3 เดือนถัดมาเศรษฐกิจในไตรมาสสองก็ติดลบ -4.9% และ ถัดมาอีก 3 เดือนในไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจก็ยังติดลบ – 2.8% ซึ่งเป็นการติดลบ 6 เดือนติดกันหลังจากแจกเช็คช่วยชาติ ซึ่งพิสูจน์แล้วจากตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นจริงว่าการแจกเช็คช่วยชาตินั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลจึงควรศึกษาก่อนที่จะลอกแบบการแจกเงินของ ปชป. นอกจากนี้การที่นายกรณ์ยังเอาโครงการไทยเข้มแข็งมาเป็นผลงานนั้น ก็อยากถามประชาชนว่าใครจำได้ไหมว่าไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินไป 400,000 ล้านบาท แล้วได้ทำอะไรเป็นผลงานจับต้องได้บ้าง นอกจาก โรงพัก 396 แห่ง ที่สร้างไม่เสร็จ เครื่องกดน้ำพลังแสงอาทิตย์ ทุจริตอุปกรณ์อาชีวะ ปัญหาโรงงานผลิตวัคซีน ฯลฯ ที่มีแต่ข้อครหาการทุจริต แต่ไม่มีผลงานจับต้องได้เลย

นอกจากนี้ ยังแปลกใจที่คนระดับนายกรณ์กลับไม่เข้าใจว่าการแจกแทบเล็ดนั้นเป็นการให้เยาวชนที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตที่เป็นอนาคตของโลกได้ เป็นการเตรียมพัฒนาการศึกษาของเยาวชนเพื่ออนาคตของชาติ พรรคเพื่อไทยคิดไว้ล่วงหน้าหลายปีก่อนที่อินเตอร์เนตจะมีความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการวางรากฐานของดิจิทัล อิโคโนมีอย่างแท้จริง และ โครงการนี้มีส่วนทำให้ไทยได้รับรางวัล ไอทียู อวอร์ด จากยูเอ็น ที่พลเอกประยุทธไปรับ แต่เป็นผลงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนาวิธีคิดในระดับเดียวกัน ไม่ใช่คิดได้แค่จะชั่งไข่ขายเท่านั้น ส่วนนโยบายรถคันแรกนั้นเป็นการตั้งใจเพิ่มดีมานด์ เพราะต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง ซึ่งพอดำเนินการก็มีบริษัทรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกแห่กันมาขอบีโอไอตั้งโรงงานผลิตในไทยกันหมด โดยในอนาคตไทยจะสามารถส่งออกรถยนต์ไปประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและนำเงินเข้าไทยได้ แต่พอเกิดการปฏิวัติบริษัทรถยนต์ต่างๆก็หันไปลงทุนที่อื่น เช่น อินโดนิเซีย เวียดนาม กันหมด และก็ต้องขอขอบคุณที่นายกรณ์ชื่นชมนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโลก และ OTOP ที่ดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว และยังเป็นที่นิยมของประชาชน และอยากให้ ปชป. ได้พัฒนานโยบายที่มีคนพูดถึงกันบ้างไม่ใช่มีแต่วาทกรรมหรูๆแต่ประชาชนจับต้องไม่ได้ เช่น ประชาวิวัฒน์ ที่จำได้แค่เรื่องจะชั่งไข่ขาย ไทยเข้มแข็งที่สุดท้ายไม่รู้ว่าใครเข้มแข็งเพราะมีแต่เรื่องทุจริต โดยหากพัฒนาความคิดได้ ปชป. จะได้มีโอกาสชนะการเลือก็ตั้งบ้าง ไม่ใช่ต้องออกมาประท้วงทุกครั้งที่เลือกตั้งแพ้ และหวังอำนาจพิเศษช่วยอย่างเดียว ประเทศจะได้เดินหน้าได้