“นภาพร” ชี้การตั้ง “พีระพันธุ์” เป็นเลขาฯนายกฯ คือการเล่นการเมืองแบบเอาแต่ได้ของ “ประยุทธ์” ยันของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้คือ “ผู้นำใหม่” ไม่ใช่มาตรการเก่าของรัฐบาล
น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่แน่ใจว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลแถลงจะเรียกว่าของขวัญปีใหม่ได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นมาตรการเดิมๆ ที่ไม่มีผลทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น แทนที่รัฐบาลจะลดค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้าเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพที่ขึ้นสูงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไปเอามาตรการยิบย่อยที่แต่ละกระทรวงต้องดำเนินการอยู่แล้วมาประกาศเป็นของขวัญ
“คนไทยอยากได้โครงการคนละครึ่งเพื่อจับจ่ายใช้สอยช่วงปีใหม่ แต่สิ่งที่ได้คือการขึ้นค่าไฟภาคอุตสาหกรรมที่สุดท้ายชาวบ้านก็ต้องรับกรรมจากราคาสินค้าที่แพงขึ้นอยู่ดี พอผู้ประกอบการไปเรียกร้องให้ทบทวน รัฐบาลก็บอกว่าเดี๋ยวจะหามาตรการอื่นๆ มาชดเชย แทนที่จะคิดให้ครบตั้งแต่ทีแรกกลับมาสร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาใหม่ไปเรื่อยๆ แถมยังกล้าเอามาตรการเก่าๆ มาเป็นของขวัญอีก อย่างนี้จะไม่ให้คนเบื่อหน่ายได้อย่างไร” น.ส.นภาพรกล่าว
น.ส.นภาพรยังกล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นเลขาธิการนายกฯ ทั้งที่กำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้งว่าเป็นการเล่นการเมืองแบบเอาแต่ได้ของ พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่แปลกที่จะกล้าตั้งหัวหน้าพรรคที่ตัวเองกำลังจะไปอยู่ด้วยมาเป็นเลขาธิการนายกฯ โดยไม่แยแสสนใจคนในพรรคพลังประชารัฐที่หนุนให้ตัวเองเป็นนายกฯมาจนถึงปัจจุบันนี้ ผู้นำแบบนี้น่ะหรือที่จะกล้าคิดและทำทุกอย่างเพื่อประชาชน
“สิ่งที่คนไทยอยากได้เป็นของขวัญปีใหม่คือผู้นำใหม่หรือรัฐบาลใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาหรือสร้างความหวังให้กับประชาชนได้ ไม่ใช่นายกฯคนเก่าหรือมาตรการเก่าๆ ที่มองไม่เห็นอนาคตเช่นนี้ ซึ่งเชื่อว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส คือ 1 ในแคนดิเดตนายกฯ ที่ชาวบ้านอยากให้มาจัดการปัญหาทุจริตหรือปัญหายาเสพติดเนื่องจากเป็นคนที่ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ใครที่ไม่ชอบอิทธิพลมืด ใครไม่ต้องการคอร์รัปชั่น ใครต่อต้านยาเสพติด “คุณคือเพื่อนเสรีพิศุทธ์” น.ส.นภาพรกล่าว

