พท.สวน กรธ.เขียนกฎหมายพรรคการเมือง ผิดตั้งแต่ต้น เปิดทางนายทุนครอบงำ แนะ คสช. ปลดล็อก ประชุมพรรคได้ เกรงออกกติกา มีปัญหาภายหลัง
วันที่ 25 พฤศจิกายน นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าจากการติดตามการเขียนกฎหมายพรรคการเมืองของ กรธ.เห็นว่าผิดตั้งแต่ต้น เพราะพรรคการเมืองคือที่รวมของคนที่มีอุดมการณ์ ความคิดเดียวกัน ดังนั้น กรธ.จึงควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้จัดตั้งโดยไม่ยากจนเกินไป เพราะพรรคการเมืองจะได้รับเลือกหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่วันนี้ กรธ.ตั้งข้อจำกัด เงื่อนไข จนความเป็นพรรคการเมืองที่มีเสรีภาพหายไปหมด
“สมมุติว่าชาวไร่ชาวนาที่อยากตั้งพรรคการเมืองของตัวเองเพื่อดูแลผลประโยชน์ตัวเอง ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะ กรธ.กำหนดให้เริ่มต้นตั้งพรรคที่ 500 คน กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยแต่ละคนต้องลงขันเป็นทุนประเดิมเริ่มต้นคนละ 2,000 บาท และภายใน 4 ปี ต้องหาสมาชิกพรรคให้ได้ 20,000 คน และบังคับให้มีสาขาทุกภูมิภาค ซึ่งผมว่าไม่ชอบด้วยหลักการ เพราะไปบังคับว่าต้องมีสมาชิกเท่านั้นเท่านี้ ทั้งที่พรรคการเมืองจะมีสมาชิกมากหรือน้อยก็เรื่องของเขา กรธ.ควรจะเปิดโอกาสให้เขาได้พัฒนาตัวเอง ไม่ควรไปบังคับ” นายสามารถกล่าว
นายสามารถกล่าวว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของ กรธ.จะมีผลตรงกันข้ามกับที่ กรธ.ไม่ต้องการเห็นนายทุนเข้ามาครอบงำพรรคการเมือง เพราะกฎเกณฑ์เหล่านี้ พรรคการเมืองใหม่จะต้องใช้ทุนเข้ามาจัดตั้ง ส่งผลให้นายทุนเข้ามาได้ ทั้งนี้ การตั้งพรรคการเมืองไม่ควรเขียนเงื่อนไขให้ยุ่งยากจนกระทั่งขัดกับเสรีภาพที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการตั้งพรรคการเมือง แต่กฎหมายลูกกลับสร้างเงื่อนไขขัดกันเสียเอง วันนี้พรรคการเมืองเดิมที่มีอยู่จะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองมาก แต่ กรธ.กำลังจะทำให้คนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการเมือง การเลือกตั้งทำได้ยากขึ้น
นายสามารถกล่าวว่า อยากขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อก เปิดโอกาสให้สามารถจัดประชุมพรรคได้ เพราะร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำกฎหมายลูก จากนั้นจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ก็ควรให้พรรคการเมืองได้ประชุมหารือกันเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เพื่อเสนอให้ผู้ที่ทำกติกาซึ่งมีแต่นักกฎหมายนักวิชาการได้พิจารณา เพราะเกรงว่าหากดำเนินการโดยไม่หารือผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง สุดท้ายปัญหาจะเกิดขึ้นในภายหลัง นอกจากนี้พรรคการเมืองก็จะได้เตรียมการรองรับกฎหมายใหม่ที่จะออกมาด้วย
“วันนี้ยังไม่ถึงขั้นเซตซีโร่ แต่มีประเด็นที่พรรคการเมืองจะต้องเตรียมตัว เช่น ในบทเฉพาะกาล กรธ.ให้เวลาเตรียมการตามกฎหมายต่างๆ น้อย ถ้าเตรียมการไม่ทันจะถูกยุบพรรค อาทิ หากทะเบียนทรัพย์สินสมาชิกพรรคไม่เรียบร้อยภายใน 60 วัน หรือไม่ยื่นให้ กกต.หลังการกฎหมายบังคับใช้ ก็ห้ามส่งสมัครผู้แทนในครั้งแรก เป็นการสร้างเงื่อนไขจนหลายพรรคอาจทำไม่ทัน จะเป็นปัญหายุบพรรคหรือห้ามสมัคร ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรมีเงื่อนไขอะไรที่เร่งรีบแบบนี้” นายสามารถกล่าว

