สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ประยุทธ์’ และ ‘รวมไทยสร้างชาติ’

26.12.22 | 12:33 น.

สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ประยุทธ์’ และ ‘รวมไทยสร้างชาติ’

โ ดยส่วนตัว ไม่ได้มองปรากฏการณ์ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เพิ่งเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ใน “แง่ลบ” สักเท่าใดนัก

คือไม่ได้มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังขัดสนจนตรอกในทางการเมือง หรือไม่ได้เดินเกมพลาด-ถูกถีบหัวส่งอะไรขนาดนั้น

ในทางตรงกันข้าม กลับรู้สึกว่าการประกาศชัดเรื่องอนาคตทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ถือเป็นจังหวะความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ

ในห้วงเวลาที่ปัญหาใหญ่ๆ และโจทย์รวมๆ ของสังคมการเมืองไทย น่าจะกำลังขยับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงไปอีกรอบ

Advertisement

ย้อนไปไม่กี่เดือน หรือไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้

ดูเหมือนปัจจัยหลักที่กำหนดรูปแบบการต่อสู้ในการเมืองไทยจะยังมีอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง

หนึ่ง คือ ระบบเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปใช้บัตรสองใบ มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน นั้นดูจะเอื้อให้ “พรรคใหญ่จริง” ได้เปรียบ ดังการเน้นย้ำเรื่องชัยชนะแบบ “แลนด์สไลด์” ครั้งแล้วครั้งเล่าของพรรคเพื่อไทย

สอง เมื่อ ส.ส.เขต มีจำนวนมากขึ้น ก็หมายความว่า พรรคการเมืองที่มีนักการเมืองผู้เชี่ยวชาญงานพื้นที่ ทั้งประเภทบ้านใหญ่ และ ส.ส.หลายสมัย ที่เข้าใจปัญหาในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าในการเลือกตั้ง

นอกจากเพื่อไทยแล้ว มองในแง่นี้ พรรคภูมิใจไทยก็โดดเด่นขึ้นมา ทั้งด้วยฐาน ส.ส.เดิม และนักการเมืองล็อตใหญ่ที่เพิ่งย้ายเข้าไปสมทบ

สาม จุดขายที่พรรคการเมืองทั้งหลายต้องใช้สื่อสารกับประชาชน น่าจะวนเวียนอยู่ตรงเรื่องปัญหาปากท้อง-เศรษฐกิจเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละพรรคจะจูงใจคนแบบไหนระหว่างการออกชุดนโยบายใหม่ๆ ชวนว้าว หรือการ “ยิงกระสุน” กันง่ายๆ ซื่อๆ

ทว่า จากสถานการณ์สังคม ณ ปลายเดือนธันวาคม 2565 ถึงต้นปี 2566 ลากไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น (อย่างเลี่ยงไม่ได้)

เรายังแน่ใจกันหรือว่าโจทย์ของการแข่งขันในสนามการเมืองไทยจะยังมีอยู่เพียง 2-3 ข้อแค่นั้น?

หรือท้ายสุด จะบังเกิด “เงื่อนไขบางประการ” ที่ผลักดันให้การต่อสู้เรื่อง “อุดมการณ์ทางการเมือง” กลับกลายมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้งหนึ่ง

หมายความว่า พรรคการเมืองขนาดกลาง หรือเล็ก ตลอดจนนักการเมืองบางกลุ่ม ที่คล้ายจะถูกตัดออกไปจากสมการใหญ่ ในฐานะ “ขั้วขวาสุด” (พล.อ.ประยุทธ์ ค่อยๆ ถูกผลักไสให้ไปยืนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของขั้วนี้) และ “ขั้วซ้ายสุด” (พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า) อาจกลับมาเป็น “ทางเลือก” ที่ตอบโจทย์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อย

ในบริบทที่พวกเขาและเธอต้องกาบัตรเลือกตั้ง โดยคิดคำนึงถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและโครงสร้างของสังคมการเมืองไทย (อันผันผวน) ที่พวกตนพึงปรารถนาในอนาคต

จังหวะการเปิดตัวกับพรรครวมไทยสร้างชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ ดูจะตอบรับกับโจทย์-เงื่อนไขที่พลิกผันดังกล่าวอยู่ไม่น้อย

เป็นความพลิกผัน ที่คนไทยต้องมาร่วมกันเลือกว่าตนเองอยากได้อะไรมากที่สุด ระหว่าง หนึ่ง (สภาวะเสมือนมี) เสถียรภาพความมั่นคงท่ามกลางความเปราะบางอ่อนไหวสำคัญๆ ในอีกหลายด้าน, สอง การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชนระดับรากหญ้าอย่างเร่งด่วน หรือสาม ความเปลี่ยนแปลงสำคัญในระดับฐานราก

ถ้าอยากได้ข้อแรก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และพรรครวมไทยสร้างชาติก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ปราปต์ บุนปาน