พบผู้เสียชีวิต ‘เรือหลวงสุโขทัย’ อับปางเพิ่ม 3 ร่าง ในทะเลประจวบฯ 2 ร่าง และชุมพร 1 ร่าง ยังสูญหายอีก 11 นาย
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทรภ.1 ผอ.ศรชล.ภาค 1 เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ เรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย อับปางกลางทะเลอ่าวไทยนั้น วันนี้กำลังทางเรือและอากาศยาน ยังคงปฏิบัติภารกิจค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ที่รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ เครือข่ายชาวประมง และสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ร่วมค้นหาในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง พร้อมทั้งลาดตระเวนทางเท้าในบริเวณชายหาดที่คาดว่าจะมีการพบผู้สูญหาย โดยคำนวณจากทิศทางลมและกระแสน้ำ
โดยตลอดทั้งวัน เรือและอากาศยานได้เก็บกู้ร่างและนำส่งผู้เสียชีวิตได้รวม 3 ร่าง ในบริเวณ 2A และ 5A โดยเรือ ต.113 จะนำร่าง จำนวน 2 ร่างมา และอีก 1 ร่าง พบที่บริเวณเกาะไข่ จ.ชุมพร จะนำร่างมาส่งที่ อ.บางสะพาน
ทำให้ขณะนี้มีร่างผู้เสียชีวิตรอพิสูจน์อัตลักษณ์ จำนวน 11 ร่าง (จากเดิม 8 ร่าง วันนี้พบเพิ่ม 3 ร่าง) ซึ่งวันพรุ่งนี้นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล คาดว่าจะใช้เวลาในการพิสูจน์โดยการตรวจดีเอ็นเอประมาณ 3-4 วัน จึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้
ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติที่ผ่านมา การดำเนินการของหมู่เรือช่วยเหลือที่ 1 สามารถดำเนินการได้ตามแผน ส่วนหมู่เรือช่วยเหลือที่ 2 ประสบปัญหาคลื่นลมแรง ไม่สามารถปฏิบัติได้ จากการพยากรณ์อากาศพบว่าพรุ่งนี้คลื่นลมจะมีความรุนแรงมากขึ้น อาจไม่สามารถออกปฏิบัติการได้ ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
สำหรับร่างของ พลทหาร วรพงษ์ บุญละคร สังกัด หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานทางรักษาฝั่ง ในวันพรุ่งนี้ (26 ธันวาคม) จะมีการเคลื่อนศพจากโรงพยาบาลตำรว ขึ้นเครื่องบินแบบฟอกเกอร์ของกองทัพเรือ จากกองบิน 6 ไปยังสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี จะเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาในเวลา 15.00 น. ซึ่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเดินทางไปร่วมในพิธีรับศพ ก่อนจะนำไปประกอบพิธีที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ ตามลำดับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- 7 วันหลัง ร.ล.สุโขทัยอับปาง ยังสูญหาย 11 นาย ส่งร่าง ‘พลทหารวรพงษ์’ ไปอู่ตะเภาพรุ่งนี้
- เปิดภาพล่าสุด เรือหลวงสุโขทัย หลังจมอ่าวไทยนานนับสัปดาห์
ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า ขณะนี้แนวการลาดตระเวนพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ทุกพื้นที่ชายฝั่ง ทุกเกาะได้ขึ้นสำรวจทั้งหมด โดยเร่งสำรวจพื้นที่แข่งกับเวลา
“สำหรับผู้สูญหายที่เหลืออีก 22 ราย ขณะนี้พบร่างที่รอพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว จำนวน 11 ราย ยังต้องค้นหาอีก 11 ราย ยังมีความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตในกลุ่มสีเขียว เช่น ร่องรอยจากแพ ทางกองทัพเรือไม่ทิ้งพื้นที่ใด ทั้งจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พื้นที่ในทะเลและแนวชายฝั่งได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบทั้งหมด” ผบ.ทรภ.1 กล่าว

กรณีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลนั้น ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว และมีการตรวจสอบคู่ขนานไปกับการค้นหาผู้สูญหาย ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังไม่ได้ติดตามความก้าวหน้าในตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมาทุ่มสรรพกำลังในการค้นหาผู้สูญหายก่อนเป็นสำคัญ แต่การสอบสวนได้ดำเนินการควบคู่กันไป โดยมุ่งเน้นและบอกให้ยึดมั่นถึงข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ ใครผิดว่ากันไปตามผิด หากใครผิดพลาดตรงไหนให้รับผิดในส่วนนั้นไป
ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า การสอบสวนลักษณะนี้เป็นชั้นความลับ เชื่อว่ายุคปัจจุบันการสื่อสาร การเข้าถึงเข้าได้ง่าย ไม่ได้ยาก ไม่มีอะไรดีกว่าการใช้ความจริงเข้ามาดำเนินการแก้ไข ใครผิดก็ต้องรับผิด สมมุติว่าผมผิด ก็จะรับผิดในฐานะ ผบ.ทรภ.1 ถ้าผมสั่งการผิดก็จะรับผิดชอบในส่วนที่เป็นหน้าที่ เชื่อได้ว่าอะไรที่ผิดพลาดตรงไหนก็จะต้องรับผิดไปตามนั้น ไม่ผิดก็คือไม่ผิด
“ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือความประมาทนั้น สำหรับเรื่องนี้ผมยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากไม่ใช่คนที่ตัดสินใจในขณะนั้น เชื่อว่าวิจารณญาณของผู้การเรือทุกนายไม่ใช่อยู่ๆ จะมาเป็นกันได้ โดยเฉพาะผู้การเรือชั้น 1 ชั้นยศนาวาโท และเป็นเรือที่มีคุณค่าทางยุทธการของกองทัพเรือค่อนข้างสูงมากๆ ผมเคารพการตัดสินใจของผู้การเรือ” ผบ.ทรภ.1 กล่าว

