หน้าแรก การเมือง ผบ.ทัพเรือภาค...

ผบ.ทัพเรือภาค 1 น้อมรับผิด หากผลสอบ ร.ล.สุโขทัย ออกแล้วพบความผิด ยังหวังพบเคสเขียว (มีคลิป)

25.12.22 | 22:24 น.

พบผู้เสียชีวิต  ‘เรือหลวงสุโขทัย’ อับปางเพิ่ม 3 ร่าง ในทะเลประจวบฯ 2 ร่าง และชุมพร 1 ร่าง ยังสูญหายอีก 11 นาย

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม พลเรือโท พิชัย ล้อชูสกุล ผบ.ทรภ.1 ผอ.ศรชล.ภาค 1 เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ เรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย อับปางกลางทะเลอ่าวไทยนั้น วันนี้กำลังทางเรือและอากาศยาน ยังคงปฏิบัติภารกิจค้นหาและช่วยเหลือในพื้นที่ที่รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ เครือข่ายชาวประมง และสมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ร่วมค้นหาในพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง พร้อมทั้งลาดตระเวนทางเท้าในบริเวณชายหาดที่คาดว่าจะมีการพบผู้สูญหาย โดยคำนวณจากทิศทางลมและกระแสน้ำ

โดยตลอดทั้งวัน เรือและอากาศยานได้เก็บกู้ร่างและนำส่งผู้เสียชีวิตได้รวม 3 ร่าง ในบริเวณ 2A และ 5A โดยเรือ ต.113 จะนำร่าง จำนวน 2 ร่างมา และอีก 1 ร่าง พบที่บริเวณ​เกาะไข่ จ.ชุมพร จะนำร่างมาส่งที่ อ.บางสะพาน

ทำให้ขณะนี้มีร่างผู้เสียชีวิตรอพิสูจน์อัตลักษณ์ จำนวน 11 ร่าง (จากเดิม 8 ร่าง วันนี้พบเพิ่ม 3 ร่าง) ซึ่งวันพรุ่งนี้นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล คาดว่าจะใช้เวลาในการพิสูจน์โดยการตรวจดีเอ็นเอประมาณ 3-4 วัน จึงจะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้

ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า สำหรับการปฏิบัติที่ผ่านมา การดำเนินการของหมู่เรือช่วยเหลือที่ 1 สามารถดำเนินการได้ตามแผน ส่วนหมู่เรือช่วยเหลือที่ 2 ประสบปัญหาคลื่นลมแรง ไม่สามารถปฏิบัติได้ จากการพยากรณ์อากาศพบว่าพรุ่งนี้คลื่นลมจะมีความรุนแรงมากขึ้น อาจไม่สามารถออกปฏิบัติการได้ ซึ่งจะต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

Advertisement

สำหรับร่างของ พลทหาร วรพงษ์ บุญละคร สังกัด หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานทางรักษาฝั่ง ในวันพรุ่งนี้ (26 ธันวาคม) จะมีการเคลื่อนศพจากโรงพยาบาลตำรว ขึ้นเครื่องบินแบบฟอกเกอร์ของกองทัพเรือ จากกองบิน 6 ไปยังสนามบินอู่ตะเภา จ.ชลบุรี จะเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาในเวลา 15.00 น. ซึ่ง พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเดินทางไปร่วมในพิธีรับศพ ก่อนจะนำไปประกอบพิธีที่ฌาปนสถานกองทัพเรือ สัตหีบ ตามลำดับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า ขณะนี้แนวการลาดตระเวนพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ทุกพื้นที่ชายฝั่ง ทุกเกาะได้ขึ้นสำรวจทั้งหมด โดยเร่งสำรวจพื้นที่แข่งกับเวลา

“สำหรับผู้สูญหายที่เหลืออีก 22 ราย ขณะนี้พบร่างที่รอพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว จำนวน 11 ราย ยังต้องค้นหาอีก 11 ราย ยังมีความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตในกลุ่มสีเขียว เช่น ร่องรอยจากแพ ทางกองทัพเรือไม่ทิ้งพื้นที่ใด ทั้งจุดที่เรือหลวงสุโขทัยอับปาง พื้นที่ในทะเลและแนวชายฝั่งได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบทั้งหมด” ผบ.ทรภ.1 กล่าว

กรณีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางทะเลนั้น ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว และมีการตรวจสอบคู่ขนานไปกับการค้นหาผู้สูญหาย ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังไม่ได้ติดตามความก้าวหน้าในตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมาทุ่มสรรพกำลังในการค้นหาผู้สูญหายก่อนเป็นสำคัญ แต่การสอบสวนได้ดำเนินการควบคู่กันไป โดยมุ่งเน้นและบอกให้ยึดมั่นถึงข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ ใครผิดว่ากันไปตามผิด หากใครผิดพลาดตรงไหนให้รับผิดในส่วนนั้นไป

ผบ.ทรภ.1 กล่าวว่า การสอบสวนลักษณะนี้เป็นชั้นความลับ เชื่อว่ายุคปัจจุบันการสื่อสาร การเข้าถึงเข้าได้ง่าย ไม่ได้ยาก ไม่มีอะไรดีกว่าการใช้ความจริงเข้ามาดำเนินการแก้ไข ใครผิดก็ต้องรับผิด สมมุติว่าผมผิด ก็จะรับผิดในฐานะ ผบ.ทรภ.1 ถ้าผมสั่งการผิดก็จะรับผิดชอบในส่วนที่เป็นหน้าที่ เชื่อได้ว่าอะไรที่ผิดพลาดตรงไหนก็จะต้องรับผิดไปตามนั้น ไม่ผิดก็คือไม่ผิด

“ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือความประมาทนั้น สำหรับเรื่องนี้ผมยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากไม่ใช่คนที่ตัดสินใจในขณะนั้น เชื่อว่าวิจารณญาณของผู้การเรือทุกนายไม่ใช่อยู่ๆ จะมาเป็นกันได้ โดยเฉพาะผู้การเรือชั้น 1 ชั้นยศนาวาโท และเป็นเรือที่มีคุณค่าทางยุทธการของกองทัพเรือค่อนข้างสูงมากๆ ผมเคารพการตัดสินใจของผู้การเรือ” ผบ.ทรภ.1 กล่าว