ชี้ทิศประเทศไทย : เรือรบหลวงสุโขทัย คำถามที่ต้องมีคำตอบ

26.12.22 | 11:05 น.

 เหตุการณ์เรือรบหลวงสุโขทัยอับปางถือเป็นความสูญเสียอย่างคาดไม่ถึงกับทุกครอบครัวของนายทหารที่ประสบเหตุ ณ วันที่เขียนต้นฉบับนี้ยังมีการเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์หลายๆ ท่าน และสื่อต่างๆ ได้มีการพยายามหาคำตอบและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยหวังว่าท้ายสุดแล้ว ครอบครัวของผู้สูญเสียและประสบเหตุ รวมถึงสาธารณชน จะได้คำตอบที่โปร่งใส ถูกต้อง ชัดเจน และหนักแน่นจากทางกองทัพเรือและผู้บัญชาการระดับสูง

ผมเองในฐานะพลเมืองคนหนึ่งซึ่งติดตามข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง ก็พยายามทำความเข้าใจและหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง โดยส่วนตัวเองแล้วผมมีประเด็นที่อยากเป็นกระบอกเสียงเพื่อทวงถามคำตอบจากผู้นำของเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหม ที่ต้องอธิบายประชาชนว่าเกิดอะไรขึ้น และจะจัดการอย่างไรต่อไป

ประเด็นแรกคือ เรื่องที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดนั่นคือความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันภัยในกรณีฉุกเฉิน ในกรณีนี้อ้างอิงบทสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากหลายแหล่งข่าว เราทราบถึงจำนวนชูชีพที่ไม่เพียงพออันเป็นประเด็นต่อเนื่องกับจำนวนกำลังพลบนเรือ ซึ่งมีอัตรานอกเหนือกำลังพลประจำกว่า 30 ราย เชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่อยากชี้เป้าว่าเป็นความผิดของใครโดยเฉพาะ แต่ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมในเรื่องของมาตรการป้องกันรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกเรือและผู้โดยสารอย่างชัดเจน นี่ยังไม่รวมถึงวาระการตรวจและทดสอบการใช้งานว่าอุปกรณ์เหล่านี้ยังใช้งานได้ปกติว่ามีขั้นตอนที่ถูกต้องหรือไม่

ประเด็นที่สองคือ เรื่องของความแม่นยำในการดูแลรักษาเรือ ซึ่งโดยการออกแบบแล้วควรจะทนคลื่น พายุ ได้มากกว่าเรือพาณิชย์ทั่วไป นี่ยังไม่นับว่าในยามสงครามเรือพวกนี้ต้องทนกระสุน แรงระเบิดได้ระดับหนึ่ง แน่นอนว่าจะต้องถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดคลื่นลมในท้องทะเลไทยจึงสามารถทำความเสียหายให้กับเรือรบหลวงที่ประจำการมานานกว่า 30 ปีได้ขนาดนี้

Advertisement

ประเด็นที่สามคือ เรื่องของทักษะความเชี่ยวชาญของทหารเรือทุกท่านที่ถูกบัญชาการอยู่บนเรือรบหลวง กรณีนี้มิได้เป็นการด้อยค่ากำลังทหารที่ประจำการอยู่บนเรือดังกล่าว แต่เป็นการตั้งคำถาม

กับระบบการคัดเลือก ระบบการฝึกสอน ระบบการดูแล ระบบการวิเคราะห์และติดตามศักยภาพเหล่าทหารของกองทัพมากกว่า ยิ่งถ้าหากต้องประจำการในเรือรบที่มีความซับซ้อนทางด้านเทคโนโลยี และต้องการความแม่นยำและรวดเร็วในการวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างกรณีนี้ กำลังทหารจะพึ่งพาใครได้ ผมเองฟังสัมภาษณ์ครอบครัวของทหารบางท่านบอกว่าลูกหลานตนเองว่ายน้ำไม่เป็นก็

น่าเป็นห่วง กระบวนการจัดสรรกำลังพลและการฝึกฝนทักษะพื้นฐานในการเอาตัวรอดว่ามีความเหมาะสม ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของทหารไทยอย่างไรหรือไม่

ประเด็นสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดในมุมมองของผมคือ เรื่องของภาวะผู้นำ หลีกเลี่ยงไม่ได้ในกรณีนี้คำถามจะถูกยิงตรงไปที่ผู้บัญชาการทหารเรือ

ผู้นำที่ได้รับการยอมรับคือบุคคลที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาว่าพวกเขาจะถูกปฏิบัติอย่างใส่ใจ เสมอภาค ให้เกียรติ ผมเชื่อว่าประเด็นนี้หลายท่านคงตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหตุใด ผบ.ทร.จึงมิได้ลงพื้นที่อย่างฉับพลันและติดตามการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง

ผู้นำคือผู้ที่สามารถประมวล วิเคราะห์สถานการณ์ และสั่งการให้เกิดการปฏิบัติเพื่อให้สัมฤทธิผลอย่างรวดเร็วและฉับพลัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤต เราได้เห็นสิ่งนี้จากผู้นำสูงสุดของกองทัพเรือหรือไม่ เหตุใดการช่วยเหลือจึงกินระยะเวลานานเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

ผู้นำคือผู้ที่มีความชัดเจนในการสื่อสารออกมา ด้วยเหตุและผล อารมณ์ และความเข้าใจในผู้รับสาร ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ประชาชนได้เห็นการบิดเบือน ควบคุม ปกปิดข้อมูลที่แท้จริง อ้างเหตุผลหลากหลาย เช่น เรื่องของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลฯ นอกจากจะมิได้ช่วยให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับฟังข้อเท็จจริงที่พวกเขาต้องการมากที่สุดในสถานการณ์นี้ กลับยังทำให้มีความสงสัยและไม่ไว้ใจข้อมูลที่มาจากหลายแหล่ง ยิ่งกระทบความรู้สึกของพวกเขาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ และยังลากยาวไปถึงความน่าเชื่อถือของผู้นำสถาบันใหญ่นี้ด้วย จากเหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งย้ำความเชื่อของผมว่ากองทัพไทยต้องพัฒนาความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ทั้งการฝึก การสรรหา และการพัฒนาบุคลากร และการสรรหาผู้บริหาร ให้กลับมาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนยิ่งขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง และป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงอีกในอนาคต สุดท้ายนี้ ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่ง รู้สึกเห็นใจอย่างยิ่งกับกับความสูญเสียของหลายๆ ครอบครัว และเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า สวัสดิภาพของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าอยู่ในสถานะใด ต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะจากผู้นำ และระบอบองค์กรที่มีขนาดใหญ่แบบกองทัพไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยทุกคนจะได้คำตอบจากการถอดบทเรียนในครั้งนี้อย่างโปร่งใส จริงใจ 

และมั่นใจได้ว่าบทเรียนที่เราทุกคนได้เรียนรู้ไปด้วยกันจะเป็นการสร้างมาตรฐานของการดูแลสวัสดิภาพที่เหมาะสมต่อในอนาคต

#Thailand #ThisIsOurFuture

เศรษฐา ทวีสิน