‘อนุทิน’ ลั่นขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถึงเวลา ภท.ขยับเป็นพรรคใหญ่ สื่อตั้งฉายา แค่สีสัน

27.12.22 | 10:19 น.

‘อนุทิน’ ประกาศขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่กังวล ‘บิ๊กตู่’ เปิดหน้าลงสนามการเมือง ขออย่ามองเป็นการห้ำหั่น ยังไม่ตอบจับขั้วเดิมเดินหน้าเป็นรัฐบาลต่อ เชื่อสื่อตั้งฉายา แค่สีสัน หากไม่แรงก็ไม่เป็นข่าว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายา “ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย” ว่าเป็นสีสัน มีทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้แรงไป หากไม่แรงก็ไม่เป็นข่าว ซึ่งตนมั่นใจว่าผู้สื่อข่าวไม่ได้จริงจังอะไร และตนไม่มีการให้อันดับคะแนน

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เริ่มขยับลงพื้นที่หลังประกาศตัวร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และกระแสพรรคเริ่มได้รับความนิยม ว่าต่างคนต่างแข่งขันกันทำประโยชน์เพื่อประชาชน ซึ่งเราต้องไม่กังวลเพราะก็มีวิถีทางและยุทธศาสตร์ นโยบายของตัวเอง อย่าไปมองว่าเป็นการห้ำหั่นกัน

เมื่อถามว่าจะแข่งขันกันแบบนักการเมืองได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี ซึ่งก็นับเป็นตำแหน่งทางการเมือง เป็นนักการเมืองอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าจะมีบิ๊กเนมเข้ามาสังกัดพรรค ภท.ตามกระแสข่าวอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน พรรคไม่ได้ปิดกั้นและพร้อมรับผู้ที่คิดว่าจะมาทำงานร่วมกับภูมิใจไทย ด้วยนโยบายและความสำเร็จต่างๆ ของพรรค ในขณะที่เป็นพรรคบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมย้ำว่าเปิดกว้าง ไม่ได้ปิดประตูใส่ใครแม้แต่คนเดียว

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ปีหน้ามีการเลือกตั้ง ตัวแทนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของราษฎรก็ต้องทำงานเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งการทำแผ่นพับ รูปแบบการปราศรัย วางแผนต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าช่วง 4-5 เดือนนี้ต่างคนต่างจะทำหน้าที่ของตัวเอง

Advertisement

เมื่อถามถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดตัวเป็นนักการเมืองจะมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลร่วมกันอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรอผลการเลือกตั้ง จะไปพูดว่าจะจับขั้วอย่างไรก่อนไม่ได้ ประชาชนคือผู้ตัดสินวิถีทางและอนาคตของพรรคการเมือง เช่น ขั้วปัจจุบัน หากประชาชนเลือกเกินกึ่งหนึ่งของสภาก็มีโอกาสที่จะเดินหน้าต่อ แต่ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งหวังว่าครั้งนี้จะขยับจากพรรคเล็ก พรรคกลาง เป็นพรรคขนาดใหญ่ และจะขอเป็นผู้กำหนดเกมบ้าง ไม่ใช่เป็นพรรคที่คอยดูว่าพรรคอื่นทำอะไรบ้าง เราไปจอดแล้วไปจอยไปจับกับเขา เพราะทำพรรคมาขนาดนี้ มีความพร้อมและมีสมาชิกพรรคมาสมัครมากมาย ทั้ง ส.ส.ที่ยอมลาออกจากพรรคเดิมมาร่วมงาน ซึ่งเป็นทิศทางที่แสดงให้เห็นว่าภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่การจอง แต่เป็นเพียงการนำเสนอนโยบายและแสดงความพร้อม แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน “พูดแล้วทำ” จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนได้พิจารณา หากเห็นว่าสิ่งที่พรรค ภูมิใจไทยทำมีประโยชน์เขาก็เลือกให้เราทำหน้าที่ ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน