หน้าแรก การเมือง ผบ.ทสส. นำเหล...

ผบ.ทสส. นำเหล่าทัพ คารวะกำลังพลเสียชีวิต ร.ล.สุโขทัยจม ยกสามัคคีรักษาเรือเต็มความสามารถ

27.12.22 | 13:24 น.

ผบ.ทสส. นำ เหล่าทัพ ยืนไว้อาลัย-คารวะ กำลังพลเสียชีวิต เรือหลวงสุโขทัยอับปาง แสดงถึงความเข้มแข็ง สามัคคี รักษาเรือ เต็มกำลังความสามารถ ด้าน ผบ.ทร. เผยพบ 2 ร่างผู้สูญหาย เดินหน้าสอบสวน-กู้เรือ-กำจัดคราบน้ำมัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ธันวาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (บก.ทสส.) เป็นประธานการประชุม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 2/2566 โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะนายทหารผู้ใหญ่ เข้าร่วมประชุม

จากนั้น พล.อ.เฉลิมพล ได้กล่าวชื่นชม การปฏิบัติงานของกำลังพลเรือหลวงสุโขทัย เนื่องจากสภาพที่เกิด สิ่งสำคัญคือการแสดงถึงกำลังพลในเรือหลวงสุโขทัยที่พยายามดูแลรักษายุทโธปกรณ์หลัก ที่มีความสำคัญอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเชื่อมั่นว่าอยู่ในขีดความสามารถที่จะแก้ไขอุบัติการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเรือหลวงสุโขทัยได้ จนถึงเวลาสภาพลมฟ้าอากาศมีความรุนแรงต่อเนื่องจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุกับเรือ ตามที่ประชาชนและสื่อได้เห็นและได้รับทราบการดำเนินการของกำลังพลที่มีความเข้มแข็ง มีความสามารถที่พยายามช่วยเหลือคนอื่นๆ อย่างเต็มกำลังความสามารถ บางส่วนก็ทำให้เกิดการสูญเสียกับกำลังพลซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก้ไขปัญหาและค้นหาผู้สูญหายมาโดยตลอด ปัจจุบันเหลืออีก 10 นายซึ่งเราก็จะดำเนินการต่อไป

“ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นความเสียใจอย่างที่สุด กับกองทัพเรือและครอบครัวของกำลังพลผู้สูญเสีย ขณะเดียวกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็นำมาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความสมัครสมานสามัคคีของกำลังพลที่จะร่วมดำเนินการเพื่อให้เหตุการณ์ดังกล่าว คลี่คลาย และดูแลครอบครัวและการดำเนินการต่างๆ ของกองทัพเรือ ในต่อไปเราก็เตรียมสนับสนุนการดำเนินการต่างๆ ขอแสดงความคารวะกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัย ที่ได้เสียชีวิตในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ นอกจากนี้ก่อนการประชุม ผบ.เหล่าทัพ ผมได้เชิญผู้เข้าร่วมประชุมได้ยืนไว้อาลัย กำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่เสียชีวิตด้วย”

ด้าน พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ตนในนามกองทัพเรือ ได้ขอบคุณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ทุกหน่วยงานได้กรุณาสนับสนุน กองทัพเรือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงส่งผู้แทนไปเยี่ยมครอบครัวกำลังพลที่บาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลและการสนับสนุนเครื่องบินอากาศยานในการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ กองทัพเรือขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมในการดำเนินการครั้งนี้

Advertisement

และในวันนี้เราได้พบผู้สูญหายเพิ่มอีก 2 นาย ในเวลา 09.30 น.และเวลา 10.15 น. มีเรือประมงได้พบผู้สูญหาย ที่จังหวัดชุมพรก็ได้มีการส่งเรือไปรับร่างผู้เสียชีวิต พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตไปพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป

อีกทั้งเฮลิคอปเตอร์ได้ตรวจพบร่างผู้เสียชีวิตสวมเครื่องแต่งกายลายพรางคาดว่าน่าจะเป็นผู้สูญหายอีก 1 ราย วันนี้ก็กำลังลำเลียงร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ต่อไป ขณะนี้มีผู้สูญหายที่ยังหาไม่พบอีก 8 นาย กองทัพเรือจะพยายามค้นหาต่อไป ส่วนในวันพรุ่งนี้ (28 ธันวาคม) จะนำร่างผู้เสียชีวิตที่มีการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วจากประจวบคีรีขันธ์กลับสัตหีบ และจะมีการประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพสวดพระอภิธรรมต่อไป

เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรือหลวงสุโขทัยอับปางอย่างไร พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวว่า ทางคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาสอบสวนเพื่อตรวจสอบหาเหตุว่าเรือสุโขทัยอับปางและจมลงในทะเลเนื่องจากน้ำเข้าเรือ จนกำลังพลไม่สามารถรักษาเรือไว้ได้ เราสอบสวน 2 ส่วน คือ 1.ตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติภายหลังจากที่เรือจมไปแล้ว การปฏิบัติของกำลังพลของเรือหลวงสุโขทัย การช่วยเหลือต่างๆ และ 2.ขั้นตอนการดำเนินการตั้งแต่เรือจมว่าปฏิบัติตามขั้นตอนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคิดว่าการสอบสวนได้เริ่มดำเนินการไปแล้วจะมีการสรุปผลและนำเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการกู้เรือ เนื่องจากมีคราบน้ำมันไหลออกมา พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ที่เรือจมในวันดังกล่าวมีเรือจม 3 ลำ เรือสินค้าและเรือหลวงสุโขทัย ทั้ง 3 พื้นที่มีการประกาศเป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติ รอการสนับสนุนเพื่อไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ในส่วนน้ำมันที่อยู่ในเรือในกรณีของเรือสุโขทัยคาดว่ามีน้ำมันอยู่จำนวนหนึ่งรั่วไหลออกมา ก็ได้วางแผนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและนำน้ำมันดังกล่าวขึ้นมา