เลศนัย การเมือง จาก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มองจาก ‘โทนี่’

28.12.22 | 12:00 น.

บทสรุปที่ว่า หากสามารถตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปจากวงจรแห่งอำนาจ วงจรทางการเมืองได้ทุกอย่างก็ราบรื่น

ไม่ว่า “พลังประชารัฐ” ไม่ว่า “เพื่อไทย”

เมื่อมีการเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย ขึ้นมาหลายคนก็เบิกบาน

เหมือนกับ “ประชาธิปัตย์” หลังเดือนมีนาคม 2562

เพียงเปลี่ยนหัวหน้าพรรคจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทุกอย่างก็ฉลุย

Advertisement

เสียงขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดังก้อง

ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ตำแหน่งรัฐมนตรี ตำแหน่งประธานสภา ก็ตบเท้าพาเหรดกันมาอย่างคึกคัก พร้อมเพรียง

เช่นเดียวกับยุคเลือกตั้งปี 2566

การเบียดขับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐจึงเท่ากับเป็นเงื่อนไข

เป็นก้าวใหม่ การเมืองใหม่

เป็นการเมืองที่สามารถตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไปจาก “วงจร” ทุกฝ่ายจึงสามารถหันหน้าเข้าหากัน

เวลาแห่ง “ปรองดอง” อย่าง “สมานฉันท์” จึงเริ่ม

มองข้ามบทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เคยปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไป

แม้กระทั่งการร่วมกันจากเดือนมิถุนายน 2562 ก็ไม่มี “ความหมาย”

ทั้งหมดจึงเหมือนกับมองเห็นแค่ต้นไม้บางต้น มองไม่เห็นการดำรงอยู่ของต้นไม้อันก่อรูปขึ้นเป็นป่า

ตัดตอน “คน” ออกจาก “ระบบ”

ถามว่าอยู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทะยานขึ้นครองอำนาจจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างนั้นหรือ

อาจใช่ แต่มีมากกว่านั้น

รากฐานแห่ง “อำนาจ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมองอย่างสัมพันธ์กับการก่อรูปขึ้นของ “บูรพาพยัคฆ์”

แยกไม่ออกจากรัฐประหาร 2549

แยกไม่ออกจากการล้อมปราบกลางเมืองอย่างเหี้ยมโหดในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

คนอื่นมองไม่เห็น แต่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต้องเห็น

การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จึงมิอาจแยกออกจากการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้ง “ระบบ” และ “ระบอบ”

ปรากฏการณ์ในแบบโอบกอดกันเมื่อเดือนธันวาคม 2551 ปรากฏการณ์ขานชื่อเมื่อเดือนมิถุนายน 2562

มิได้ “ซับซ้อน” และ “ซ่อนปม”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เล่นบทอะไร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เล่นบทอะไร สัมพันธ์กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างไร

มีหรือที่ โทนี่ วู้ดซัม จะอ่านไม่แตก

 

อ่านข่าวน่าสนใจ