หน้าแรก การเมือง เปิดญัตติซักฟ...

เปิดญัตติซักฟอก ม.152 จี้จุด รบ.ล้มเหลว ไม่ทำตามนโยบาย ปชช.ลำบาก-ประเทศป่วยเรื้อรัง

28.12.22 | 14:03 น.

เปิดญัตติซักฟอก ม.152 จี้จุด รบ.ล้มเหลว ไม่ทำตามนโยบาย ปชช.ลำบาก-ประเทศป่วยเรื้อรัง

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร นั้น ระบุว่า โดยที่การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา มิได้ปฏิบัติหรือดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ ที่รัฐบาลประกาศว่าจะเร่งดำเนินการก็มิได้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

ดังเช่น การแก้ปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชน พบว่าประชาชนระดับฐานรากยังมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในสังคมสูงมากขึ้น เกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจาย คนไร้ที่อยู่อาศัยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัญหาประมงพื้นบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะที่ประมงระดับชาติได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการตราพระราชกำหนดของรัฐบาล กลุ่มมารดาตั้งครรภ์เด็กแรกเกิดยังไม่ได้รับสวัสดิการ การยกระดับราคาสินค้าเกษตรก็ไม่บรรลุผล ราคาสินค้าเกษตรก็ยังตกต่ำมากขึ้นตลอดมา ปัญหาการทุจริตและยาเสพติดก็เพิ่มมากขึ้น การดำเนินการเพื่อให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็ไม่มีการปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ โดยขาดความจริงใจ ปล่อยให้พรรคการเมืองดำเนินการกันไปและแก้ปัญหาอุปสรรคกันเอาเอง เป็นต้น

การบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกโดยรวมของประชาชนเป็นที่ตั้ง มีการใช้จ่ายงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล ส่งผลให้หนี้สินต่อครัวเรือนและต่อหัวประชากรสูงขึ้นเป็นลำดับ แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ ทำให้การบริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็มุ่งใช้เงินเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง ทั้งเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับรัฐบาล และเพื่อความมั่นคงและความอยู่รอดของตนเองทำให้การปฏิรูปการเมืองล้มเหลวจนทำให้ระบบการเมืองกลายเป็นธนกิจการเมือง (Money Politics) ที่มีการใช้เงินเพื่อให้ได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งอำนาจทางการเมือง

โดยมิได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม และภาระด้านงบประมาณของประเทศการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวาง ทั้งจากโครงการขนาดใหญ่จนถึงระดับท้องถิ่นจนดัชนีชี้วัดด้านทุจริตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนและพวกพ้องตนเองให้เกิดการผูกขาดและการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐและทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปิดตัวเองลงจำนวนมาก ขณะที่การแก้ปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม

ปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงและสุขภาพอนามัยรวมถึงชีวิตความปลอดภัยของประชาชนก็ไม่ได้รับการแก้ไข กลับปล่อยให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดอย่างแพร่หลายกระจายไปตามชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งพักยาเสพติดของผู้ค้าก่อนส่งไปยังต่างประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องบ่อนการพนันก็เกิดขึ้นทั่วไปภายใต้การรู้เห็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยไม่มีการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง

Advertisement

ปล่อยปละละเลยให้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหากินและบ่มเพาะอาชญากรรมต่อเนื่องและฟอกเงิน จนกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ล้มเหลวในการป้องกัน และแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจนสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขณะที่การแก้ปัญหาความมั่นคงโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถทำให้ปัญหาเบาบางลงได้

ปัญหาสำคัญที่กระทบต่อพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรก็มีราคาตกต่ำและปล่อยให้กลุ่มทุนต่างชาติเอารัดเอาเปรียบและสร้างอำนาจต่อรองเหนือเกษตรกร ขณะที่ค่าครองชีพและราคาสินค้าก็สูงขึ้นจนยากที่จะควบคุม สร้างความทุกข์ยากให้แก่ผู้มีรายได้น้อยเป็นอย่างยิ่ง ปัญหาด้านสังคมและอาชญากรรมมีแนวโน้มที่รุนแรง และมีสถิติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งดังเช่นการเกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู ทั้งที่ก่อนหน้าก็เกิดเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมาแล้ว รัฐบาลกลับมิได้ดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อป้องกันเหตุในลักษณะดังกล่าว

การป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยก็เป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยให้เกิดน้ำท่วมขังในปริมาณสูงในหลายพื้นที่ ทั้งที่รัฐ มีเครื่องมือที่สามารถคำนวณปริมาณน้ำฝนได้ล่วงหน้าจนกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังไม่ส่งเสริมให้มีการปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเลย ปัญหาต่างๆ ดังที่ได้กราบเรียนข้างต้น ทำให้เห็นได้ว่าระยะเวลา 3 ปีกว่าของการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีเป็นเวลาที่ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาสในการที่จะได้รับการพัฒนา

ให้เจริญก้าวหน้าและแทนที่ประชาชนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่กลับทำให้ประเทศมีการพัฒนา ที่ถดถอยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากยากแค้นยิ่งขึ้น ปัญหาของประเทศด้านต่างๆ ก็มีความทับถมและซับซ้อนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็สืบเนื่องมาจากการขาดยุทธศาสตร์และแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกต้องของคณะรัฐมนตรี ขาดความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในการกำหนดนโยบายและการดำเนินการตามนโยบายของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 164 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะได้ร่วมกันซักถามข้อเท็จจริงและปัญหาต่างๆ เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินที่เหลืออยู่เกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชนต่อไป

ข่าวน่าสนใจอื่น :