ความหงุดหงิดจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันก่อรูปขึ้นอย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ
ไม่ว่าจะจาก “พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะจาก “ภูมิใจไทย”
รูปธรรมแห่งความหงุดหงิดแรกสุด ระบุได้เลยว่ามาจากการตั้ง “ฉายา”ของคณะผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล
เริ่มจาก “หน้ากากคนดี” ถึง“แปดเปื้อน”
รูปธรรมนี้ตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะมองจากด้านของ “นักข่าว” ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อาจเป็น “ประเพณี” แต่ก็เป็นประเพณี “บ้าๆ บอๆ”
ภาพจากทำเนียบรัฐบาลอาจมากด้วยความร้อนแรง แต่เมื่อจบการประชุมสภากลาโหมก็สัมผัสได้ในรอยยิ้ม
แต่แล้ววันรุ่งขึ้น “ความหงุดหงิด”ก็มาเยือน
สําหรับคนที่เป็นแฟนานุแฟนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างชนิดเกาะขอบเวทีไม่ยากเลยที่จะสาวไปยังรากฐาน
ร่องรอยก็คือ การระบุถึง “คดี” ใน “ต่างแดน”
ความเคยชินอาจก่อให้เกิดการโยงไปยังบรรดา “คนหนีคดี” ไม่ว่าจะเป็น นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
แต่ที่เห็นอยู่ตำตาย่อมเป็น “บอส กระทิงแดง”
กระนั้น เรื่องของ บอส กระทิงแดง ก็รู้ๆ กันอยู่ ไม่แตกต่างไปจากเรื่องของ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นั่นก็คือ ไม่มีอะไรคืบหน้า เป็นชิ้นเป็นอัน
หากไม่นำเอาเรื่องที่ นายพลตำรวจที่เกาะติดคดี “โรฮีนจา” ซึ่งหลบหนีไปอยู่ออสเตรเลีย และได้เป็น “ผู้ลี้ภัย”
ก็คงไม่ได้ฉุกคิด
“พลตำรวจตรีปวีณ” ต่างหากที่ทำให้เกิดอาการ “หัวร้อน”
ใครที่ติดตามคดีความอันเกิดขึ้นในสังคมไทยก็จะมองเห็นความมากด้วยสีสันของคดีที่ “พลตำรวจตรี ปวีณ” เข้าไปเกี่ยวข้อง
ยอกย้อน ซ่อนเงื่อน มากด้วย“ผลประโยชน์”
หากประเมินว่าเส้นทางของ “ตู้ห่าว”อันมาพร้อมกับ “ธุรกิจสีเทา” มากด้วยเครือข่ายและความสัมพันธ์อย่างโลดโผน
คดี “โรฮีนจา” เปิดโปงอะไรหลายอย่าง
ลำพังเพียง “พลตำรวจตรีปวีณ”ให้สัมภาษณ์กระทั่งกลายเป็นข้อมูลในมือ นายรังสิมันต์ โรม ก็เพริศแพร้วพรรณรายอย่างยิ่งอยู่แล้ว
แต่นี่มีการยืนยันจะ “เขียน” ออกมาเป็น “หนังสือ”
นี่เป็นเรื่องอันเกิดขึ้นในยุคก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อันทำให้ฉายา “แปดเปื้อน”
กลายเป็นอีกสีสัน
กระตุกต่อมแห่ง “ความหงุดหงิด”โดยอัตโนมัติ
การเมืองในห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่านระหว่างปีเก่า 2565 กับปีใหม่ 2566 จึงเป็นการเมืองซึ่งทวีความร้อนแรงอย่างยิ่งยวด
เป็น 3 เดือนก่อน “เลือกตั้ง”
เป็นการเลือกตั้งอันไม่เพียงชี้ชะตาในทางการเมือง หากแต่สัมพันธ์กับชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนบแน่น
เวลาของ “หน้ากากคนดี” อาจมาถึงแล้ว

