หน้าแรก การเมือง ไตรรงค์ ขึ้นต...

ไตรรงค์ ขึ้นตึกไทยฯ อวยบิ๊กตู่ ไปต่อได้อีกยาว ลุคไม่ต้องปรับ เป็นธรรมชาติดีแล้ว

29.12.22 | 17:57 น.

“พีระพันธ์ุ” ควง ”ไตรรงค์” ขึ้นตึกไทยฯพบนายกฯ ก่อนสิ้นปี ปัดคุยการเมือง แค่หารืองานราชการ “สามสี” อวย ”บิ๊กตู่” คึกไปต่อได้อีกยาว ชี้ไม่ต้องปรับลุค เป็นตามธรรมชาติ

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 29 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และสมาชิกพรรค รทสช. พร้อมทีมงาน เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 1 ชั่วโมง

จากนั้นเวลา 15.50 น. นายไตรรงค์เปิดเผยภายหลังเข้าพบว่า วันนี้มาตามคำสั่งของนายพีระพันธุ์ เพื่อมาดูห้องที่มีการจัดเตรียมไว้ให้ว่าพอใจหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วตนมาทำหน้าที่ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยระยะเวลาที่ผ่านมา 1-2 เดือน มีประชาชนร้องทุกข์ในเรื่องปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาการนำเข้าส่งออก มีอุปสรรค ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ทำงานกันลำบาก หรือปัญหาหนี้สินเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ที่เดือดร้อนอยากให้รัฐบาลรีบดูแล และวันนี้ตนมีคณะที่ปรึกษา ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ และคนที่ผ่านงานในระดับสถาบันการเงินต่างๆ มา รวมถึงข้าราชการที่เกษียณแล้ว รวมกว่า 50 คน มาให้คำแนะนำว่าปัญหาพวกนี้ควรจะแก้ไขอย่างไร จึงมากราบเรียนให้นายกฯ ทราบ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาว่านายกฯจะเลือกแนวทางใด เพราะตนเป็นที่ปรึกษา เสนอไปก็ต้องบอกแนวทาง ที่เป็นทางเลือกให้กับนายกฯ ตัดสินใจแนวทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชน แต่ทุกแนวทางที่เสนอไปเป็นประโยชน์แน่นอน

“นี่คือหน้าที่ของผม ซึ่งผมมีหน้าที่เป็นที่ปรึกษานายกฯ ทำหน้าที่เสนอ ไม่ควรบังอาจไปสั่งการเอง แบบนั้นมันไม่ถูก เพียงแต่เรามีหน้าที่เสนอให้นายกฯทราบ เป็นการเสนอแนะแนวทาง แล้วนายกฯจะเป็นคนตัดสินใจเองทุกอย่างแต่ทุกอย่างออกมาเชื่อเถอะดีหมด และผมจะช่วยเร่งรัดการปฏิบัติงานของข้าราชการ โดยผ่านวิธีอย่างนี้” นายไตรรงค์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯมีอะไรอยากให้ช่วยเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่มี นายกฯไม่ได้ฝากอะไร ตนคุยกันบ่อย คุยกันเยอะมากเรื่องแล้ว เรียกได้ว่าแทบรู้กันทุกเรื่อง ไม่ต้องฝากอะไร แค่มองตาก็รู้ใจกันว่าจะต้องแก้ปัญหากันอย่างไร

เมื่อถามว่า ได้ถามนายกฯหรือไม่ว่าจะสมัครเป็นสมาชิกพรรค รทสช.วันไหน นายไตรรงค์รีบปฏิเสธตอบคำถาม พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค ก่อนหันไปหานายพีระพันธุ์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังปีใหม่จะเข้ามานั่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลเลยหรือไม่เพราะมีห้องทำงานแล้ว นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่ใช่งานประจำ เป็นงานที่เวลาเขาร้องทุกข์เดือดร้อน และพวกเราก็รู้ว่า ตนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศมานานแล้ว ฉะนั้น นายกฯจะมีที่ปรึกษากี่คนตนไม่ทราบ แต่เวลาคนนึกถึงก็จะนึกถึง ดร.ไตรรงค์นี้แหละ จะเห็นได้ว่าหนังสือร้องเรียนเต็มบ้านไปหมด เขาส่งมาที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วทางทำเนียบรัฐบาลส่งให้ตน ตนก็นั่งอ่านหนังสือร้องทุกข์ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งมีตั้งแต่เรื่องของตำรวจคอร์รัปชั่น ตำรวจรีดไถ แต่เราจะไปล้วงลูกลึกขนาดนั้นก็คงไม่ไหว เราต้องดูแลชาติหลักใหญ่ๆ แต่ตนก็จะไม่ทิ้ง โดยมอบหนังสือร้องทุกข์นั้นกลับไปให้ตำรวจต้นสังกัด ให้ช่วยดูคนเดือดร้อนว่าทำไมไม่ช่วยกันดูแล ตนพูดแบบนี้ได้เพราะแก่แล้ว ไม่มีใครถือ ด่าก็ยังไม่โกรธ ในระดับผู้บัญชาการ

เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจนายกฯอย่างไรหรือไม่ ในฐานะที่จะไปต่อโดยเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค รทสช. นายไตรรงค์กล่าวว่า ไม่ แค่อวยพรปีใหม่กันนิดหน่อย แต่คงไม่ต้องให้กำลังใจ เพราะดู พล.อ.ประยุทธ์ ยังคึกอยู่ เมื่อถามว่า ต้องปรับลุคให้ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เพื่อให้เป็นนักการเมืองเต็มขั้น นายไตรรงค์กล่าวว่า ของพวกนี้จะเป็นไปเองตามธรรมชาติ เมื่อถามว่า บุคลิกอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไปต่อได้ยาวใช่หรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า บุคลิกเหมือนกับตน ไปต่อได้

เมื่อถามว่า ไม่ได้มาทำเนียบรัฐบาลนานรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง นายไตรรงค์กล่าวว่า ดีใจ เหมือนได้กลับบ้านเก่า รู้จักทุกประตู แต่ก่อนตึกบัญชาการไม่ใช่อย่างนี้ ตอนนั้นทำงานอยู่ตึกนี้ วันนี้ไม่เหมือนเดิมเยอะขึ้น มีความเป็นโรมันเยอะขึ้นล้อกับตึกไทยคู่ฟ้า ไม่เคยมาเพิ่งเห็นนี่แหละ เมื่อก่อนประชุม ครม.ที่ชั้น 4 ตึกบัญชาการ และห้องทำงานของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯในอดีตรัฐบุรษก็อยู่ตึกบัญชาการ ตอนก็อยู่ที่ชั้น 4 ซีกหลัง

ด้าน นายพีระพันธุ์กล่าวถึงกรณีมีการพูดคุยกับนายกฯ หรือไม่ว่าจะมาสมัครสมาชิกวันใดนั้นว่า วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าว แต่วันนี้มาในเรื่องภารกิจงานราชการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการทำงานเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องความเป็นอยู่ โดยมอบแนวทางให้นายไตรรงค์ไปปฏิบัติ

เมื่อถามว่า แบ่งการทำงานในส่วนของรัฐบาลและพรรค รทสช. ถือว่าแยกบทบาทกันชัดเจนหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า แยกชัดเจน ไม่เกี่ยวกัน ตนแยกหน้าที่ออก อะไรคือเรื่องส่วนตัว อะไรคือเรื่องส่วนรวม อย่างไหนงานราชการ อย่างไหนเป็นงานส่วนตัว เราแยกกันได้

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง