ชูวิทย์ จัดหนัก ‘ผบช.น.’ หลังเลขาฯป.ป.ส. ยันไม่มีคำสั่งห้ามตร.ตรวจทรัพย์สินคดี ‘จินหลิง’

29.12.22 | 19:00 น.

ชูวิทย์ จัดหนัก ‘ผบช.น.’ หลังเลขาฯป.ป.ส. ยันไม่มีคำสั่งห้ามตร.ตรวจทรัพย์สินคดี ‘จินหลิง’

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังและอดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”


เป็นคำประกาศของท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. วิชัย ไชยมงคล ต่อหน้าผู้สื่อข่าวเมื่อครู่นี้ ขณะแถลงข่าวร่วมกับผม

ท่านเลขาฯ เป็นผู้ใหญ่ ย่อมไม่อยากโทษหน่วยงานรัฐกันเอง แต่คงทนไม่ไหว ที่ ผบช.น. “โบ้ยขี้” มาให้ว่า มีระเบียบ ป.ป.ส. ไม่ให้เข้าพื้นที่ “จินหลิง” จึงทำให้ตำรวจ บชน. ไม่สามารถเข้าไปตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมได้ อันเป็นการกล่าวอ้างของ ผบช.น. ที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม หรือเมื่อวานนี้

ท่านเลขาฯ ยืนยันว่า ไม่มีระเบียบดังกล่าว ตำรวจต้องการเข้าเมื่อไหร่ ย่อมทำได้ ไม่มีระเบียบใดห้ามเอาไว้ สื่อถามว่า อย่างนี้ต้องมีคนหนึ่งคนใด โกหกประชาชน ท่านเลขาฯ จึงตอบว่า “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”

Advertisement

เป็นคำกล่าวทิ้งท้ายสั้นๆ แต่มีความหมายยิ่ง ความจริง คือ ที่เกิดเหตุ “จินหลิง” อยู่ในความควบคุมของตำรวจ บชน. ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ หากอยากจะตรวจอะไรเพิ่มเติมย่อมเข้าไปได้ตลอดเวลา งานต้องเริ่มจากตำรวจและส่งบัญชีรายการทรัพย์สินให้ ป.ป.ส. ตรวจสอบอายัด

แล้วตำรวจเพิ่งจะส่งรายการให้ ป.ป.ส. อายัด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นี่เอง และมีรถแค่ 33 คันเท่านั้น ก่อนหน้านี้ตำรวจไม่เคยส่งรายการอะไรมาเลย

ส่วนเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ ป.ป.ส. และอัยการไปตรวจจินหลิง ท่านก็ไปกันเอง ตำรวจยังไม่ได้ทำเรื่องประสานอะไรมาสักคำ แล้ว ผบช.น. มาโยนขี้ให้ ป.ป.ส. เอาดื้อๆ ท่านเลขาฯ บอกว่ามันไม่แฟร์ แถไปเรื่อย ถึงขนาดลงมายืนยันกับผู้สื่อข่าวด้วยตัวเองข้างๆ ผม

เรียกว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษแท้ เพราะไม่ยอมให้ใครมา “ป้ายสี” เอาความผิดพลาดของตัวเอง มาโกหก แล้วโยนให้ ป.ป.ส. เด็ดขาด งานจึงเข้า ผบช.น. เต็มๆ

การที่ท่านพูดเอาดีเข้าตัว อ้างว่าติดเรื่องระเบียบ ทำให้เข้าพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้ จึงกลายเป็นการ “โกหกคำโต” ยิ่งเวลาแถลงข่าว ท่าน ผบช.น. ดันไปเอาคนนั่ง ซ้าย-ขวา เป็น รอง ผบช.น. ที่ไม่ได้รู้เรื่อง คดี “จินหลิง” มานั่งด้วย เพราะคนซ้ายเป็นรอง คุมม็อบ คนขวาเป็นรอง คุมจราจร ไม่ได้เกี่ยวกับคดี

ส่วนคนทำคดีตัวจริง “รอง สมควร พึ่งทรัพย์” ดันหลบหน้า เพราะเดิมเป็นผู้ทำสำนวน “คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ” ยกฟ้องมาแล้ว รถหรูก็เปิดไม่ได้ เพราะดันทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ท่านปล่อยเจ้าของรถไปเองในวันเกิดเหตุ แล้วมาตามหากุญแจรหัสเอาทีหลัง

สำนวนที่เพิ่งส่งให้อัยการ ก็กุมขมับ เมื่อวานผมเพิ่งไปให้การมาตั้งแต่บ่ายโมง ถึง 1 ทุ่ม ข้าวปลาไม่ได้กิน แต่ที่เซ็งจัด คือ หลักฐานที่ผมยื่นให้ตำรวจ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ไม่ได้อยู่ในสำนวน อ้างว่าเพราะผมไม่ได้ไปให้การกับ ผบช.น. ไว้

ให้มันได้แบบนี้สิ พยานต้องวิ่งไปหาตำรวจ แทนที่ตำรวจจะตามหาพยานไปให้การ ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะ ผบ.ตร. มัวแต่ปกป้อง ผบช.น. ตอนนี้ รอง ผบ.ตร. หายหมด เหลือแค่ ผบ.ตร. กับ ผบช.น. เท่านั้น ช่วยกันให้รอดถึงฝั่งนะครับ แต่กลัวว่าจะกอดคอกันจมน้ำรับปีใหม่มากกว่า

บอกแล้วไงว่า นายกฯ ต้องตัดสินใจ ยิงปืนนัดเดียว ได้นก 2 ตัว หรือจะเอาแค่ตัวเดียวดี มีเวลาไม่มาก เพราะเลือกตั้งกำลังมา ท่านนายกฯ ต้องรีบสะสางปัญหา ไม่งั้นคะแนนเสียงจะไม่เหลือ