คำถาม สำคัญ จาก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ต่อ ธุรกิจสีเทา

31.12.22 | 12:00 น.

พลันที่มีการลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.

สายตาที่มองไปยัง “ชูวิทย์” เริ่ม “ขลัง”

เป็นความขลังเนื่องจากก่อนหน้าการลาออกไม่กี่วัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ออกมาไลฟ์สด ดับเครื่องชน

เหมือนกับที่ดับเครื่องชน “ผบช.น.”ไม่เพียงแต่ได้ก่อให้เกิด “คำถาม” ในลักษณาการเดียวกัน หากแต่บรรดา
แฟนานุแฟนของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ร้องเพลง “รอ”

รอดูการตัดสินใจของ “บช.น.”

Advertisement

ประสานกับการรอว่าแต่ละระดับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมองและประเมินจังหวะก้าวของ นายชูวิทย์
กมลวิศิษฎ์ อย่างไร

ยิ่งติดตาม “ยุทธการ” นี้ ยิ่ง“บิกเบิ้ม”

มีคำถามตามมามากมาย ภายหลัง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดรายละเอียดสิ่งที่เรียกว่า “ธุรกิจสีเทา”

มิใช่คำถามว่า เป็นประโยชน์ เป็น “คุณ” หรือไม่

เพราะนับแต่เริ่มแตะไปยังธุรกิจ “บ่อน” ก็เห็นแล้วว่าสังคมได้ประโยชน์ ยิ่งเมื่อลงไปในแต่ละรายละเอียด ยิ่งเกิดอาการครางฮือ

แม้ท่วงทำนองของ “ชูวิทย์” จะ “ล้าสมัย”

เพราะล้าสมัยด้วยระบบการเขียนลงบน “บอร์ด” แทนที่จะใช้ “เพาเวอร์พอยต์” ให้สอดรับกับ “ไอแพด” ที่มีอยู่ในมือ

แต่เมื่อ “ตัวละคร” แต่ละตัว “ปรากฏ”

อย่าว่าแต่บรรดา “นักข่าว” จะหูผึ่งด้วยความตื่นเต้น หากแม้กระทั่ง “ตำรวจ” ก็ยังต้องล้างหูน้อมรับฟัง

แล้วก็เล่นไปตาม “จังหวะ” อันส่งมาจาก “ชูวิทย์”

ต้องยอมรับว่า “ข้อมูล” ที่มีอยู่ในมือของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นข้อมูลในระดับที่เรียกว่า “เอ็กซ์คลูซีฟ”
จึงเกิดคำถามว่า “ใคร” ป้อน “ข้อมูล”

ส่วนหนึ่ง อาจมาจากบางแหล่งข้อมูลที่มากด้วยผลประโยชน์ แต่ส่วนหนึ่งก็สะท้อนถึงเครือข่ายของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เอง

เหมือนกับเป้าจะมุ่งไปยัง “ตู้ห่าว”

กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเครือข่ายที่ “ตู้ห่าว” มีอยู่นั้นดำเนินไปในลักษณะสะสม สัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจอันสลับซับซ้อน

เหมือนกับจะเป็น “ตำรวจ” แต่ไปมากกว่านั้น

และที่มากกว่านั้นนั่นแหละที่สะท้อนให้เห็นลักษณะการสะสมทุนซึ่งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางตั้งแต่สังคมเข้าสู่โหมด “รัฐประหาร”

ตรงนี้แหละคือความละเอียดอ่อน ความอ่อนไหว

การตั้งคำถามว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ “รับงาน” ใครมา อาจเป็นเงาสะท้อนความหวาดระแวงที่ดำรงอยู่แห่งยุคสมัย

แต่ที่สำคัญก็คือ ใครได้ ใครเสีย

บทบาทของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นคุณอย่างแน่นอน เท่ากับเป็นการเปิดโปงภาพด้านมืดของสังคมออกมา

คำถามอยู่ที่ว่าบทจบจะเป็นอย่างไร