ขอต้อนรับสู่ปี 2566 ซึ่งเป็นอีกปีที่ประเทศไทยมีวาระที่ต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นวาระทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม โดยเฉพาะวาระทางการเมืองมีกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปไม่เกินกลางปีเนื่องจากรัฐบาลและรัฐสภาอยู่ครบเทอม ซึ่งรัฐสภาสมัยการประชุมสุดท้ายจะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะที่รัฐบาลสิ้นวาระในวันที่ 23 มีนาคม หลังจากนั้นรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ออกหาเสียงก่อนหน้านี้มานานแล้ว
ทางด้านเศรษฐกิจของประเทศแม้หลายสำนักมองสอดคล้องกันว่ามีโอกาสแกว่งไปมา แต่ปีใหม่ก็ยังมีความหวัง อย่างน้อยต้นปีเริ่มมีสัญญาณดีจากการท่องเที่ยว เพียงแต่ต้องระมัดระวังการกลับมาระบาดซ้ำของโรคโควิด-19 ซึ่งถ้าสามารถควบคุมได้ และตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มจำนวนขึ้น ย่อมหมายถึงรายได้ของประเทศที่จะสูงขึ้น เมื่อผนวกกับมาตรการต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงความหวังจากการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น น่าจะช่วยผลักดันให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเติบโต
อย่างไรก็ตาม ทุกจังหวะก้าวในปัจจุบัน ทุกอย่างยืนอยู่บนความไม่แน่นอน แม้กำหนดการจะชัดเจนว่ามีเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีคำถามว่าจะมีเลือกตั้งไหม แม้เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยน่ากังวล เช่น ค่าไฟ เป็นตัวแปร เช่นเดียวกับการเมืองโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยผ่านมรสุมมามาก ทุกคนทุกองค์กรได้ปรับตัวและพัฒนาตัวเองเพื่อรับกับสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น แม้ปีนี้จะต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันก็เชื่อว่าทุกคนทุกองค์กรมีบทเรียนและมีภูมิต้านทานวิกฤต พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ไม่ว่าเหตุการณ์ใดๆ จะเกิดขึ้น ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นๆ จะเป็นตัวช่วยผลักดันให้ประเทศชาติขับเคลื่อนไปถึงเป้าหมาย หรือจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้า แต่เชื่อว่า คนไทยที่ผ่านมรสุมนานาประการมาอย่างโชกโชน จะสามารถช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้
เนื่องในโอกาสสัปดาห์แรกเริ่มต้นแห่งปี 2566 ขอให้ทุกคนฟื้นฟูพลังกายพลังใจ ขอให้สมองปราดเปรียวแจ่มใส คิดสิ่งใดสมปรารถนา กระทำสิ่งใดประสบความสำเร็จ สุขภาพกายเข้มแข็ง สุขภาพใจแข็งแกร่งพร้อมเผชิญหน้ากับทุกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเหตุการณ์ดีหรือร้ายแค่ไหน ขอให้ฟันฝ่าอุปสรรค นำตัวเอง ครอบครัว องค์กร และประเทศชาติผ่านพ้นไปได้ และขอให้ปีใหม่ปีเถาะนี้ เป็นปีที่ดีงามสำหรับทุกๆ คน สวัสดีปีใหม่

