09.00 INDEX ‘ประยุทธ์’ คือ ตำบลกระสุนตก ถูกบีบทั้ง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน

1.01.23 | 07:37 น.

09.00 INDEX ‘ประยุทธ์’ คือ ตำบลกระสุนตก ถูกบีบทั้ง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน

 

ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกมาตอกย้ำและยืนยันว่าสาย สัมพันธ์ที่มีอยู่ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

แต่นับวันคำยืนยันนั้นก็ดำเนินไปเหมือนกับเป็น “แผ่นเสียง ตกร่อง” การปฏิบัติต่างหากที่จะเป็นคำตอบอย่างแท้จริง

หากยังรักกันและร้องเพลงเดียวกันถามว่าทำไมต้องแยกวง

เริ่มจากการแยกวงโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามมาด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะวางมือทางการเมือง

Advertisement

ขณะเดียวกัน ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐก็แสดงออกอย่าง ต่อเนื่องว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว

ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็แถลงว่า ระหว่างตนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม แต่ในทาง การเมืองก็ต้องต่อสู้กันในสนามเลือกตั้ง

เท่ากับกระบวนการตัดสินใจในทางการเมืองมีส่วนแยกเส้น ทางของ “พี่น้อง 3 ป.” แยกออกจากกัน เท่ากับ “การปฏิบัติ” ที่เป็นจริงเป็น “คำตอบ” ในทางการเมือง

 

ปัจจุบัน มีความปรารถนา 2 ปรารถนาในทางการเมืองที่มิอาจตอบได้ว่าจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นหรือไม่

นั่นก็คือ ความเรียบร้อยของรัฐบาลจนถึงเดือนมีนาคม

นั่นก็คือ ความปรารถนาที่จะสร้างปรากฏการณ์อยู่ได้ครบ ตามวาระที่รัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อสร้างสถิติอย่างที่ นายทักษิณ ชินวัตร เคยทำเอาไว้ในปี 2548

ขณะเดียวกัน เวลาที่กระชั้นก็เรียกร้องถึงความมั่นใจว่าจะมี ความเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นจะกลายเป็นปัจจัยกดดันทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าพรรคฝ่ายค้าน

เชื่อกันว่า สถานการณ์ “สภาล่ม” จักเกิดขึ้นอย่างถี่ยิบเป็นพิเศษ เชื่อกันว่า ความขัดแย้งจากปัจจัยในทางสภาจะนำไปสู่ความขัดแย้งในคณะรัฐมนตรี

2 ปัจจัยนี้จะเป็นตัวเร่งนำไปสู่ “การยุบสภา” ก่อนกำหนด

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมิได้ถูกกดดันจากในด้านของพรรค ฝ่ายค้านด้านเดียว ตรงกันข้าม การกดดันจากภายในพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีสูงเป็นอย่างยิ่ง

แม้กระทั่งการกดดันจากพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

เดือนมกราคมจึงเป็นเดือนแห่งความขัดแย้งและจะรวมศูนย์ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”

ทุกความขัดแย้งล้วนมีเป้าหมายเพื่อชิงความได้เปรียบในกระบวนการของการเลือกตั้ง