‘ก้าวไกล’ อัด ‘ประยุทธ์’ อ้างเขียน รธน.ใหม่เพื่อปราบโกง ที่แท้แค่ต่อยอดให้ถึงตัวเอง

2.01.23 | 14:16 น.

“ก้าวไกล” อัด “ประยุทธ์” อ้างเขียน รธน.ใหม่เพื่อปราบโกง ที่แท้แค่ต่อยอดให้ถึงตัวเอง-ชี้หากถอดหน้ากากคนดีออก จะเห็นตัวตนที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ของพรรคก.ก. ว่า ขณะนี้พรรค ก.ก. และพรรคฝ่ายค้านต่างๆ ได้รวบรวมข้อมูลซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อคัดออกเนื่องจากพี่น้องประชาชน ข้าราชการระดับสูง ได้มีการส่งข้อมูลทุจริตของการบริหารราชการที่ล้มเหลวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ตนคิดว่าข้อมูลของแต่ละพรรคมีเยอะมาก จึงต้องคัดประเด็นออกเพื่อให้เหลือแค่ประเด็นที่ใช้สำหรับเปิดโปงให้พี่น้องประชาชนเห็นในข้อมูลใหม่ๆ และตนคิดว่าในการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นมิติใหม่ ในการอภิปรายมาตรา 152 ที่พี่น้องประชาชนควรติดตาม เนื่องจากเป็นการสรุปประเด็นและขมวดความล้มเหลวในช่วงระยะเวลา 8 ปีในการใส่หน้ากากคนดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับฉายามา ซึ่งหากเราถอดหน้ากากคนดีออกแล้ว เราจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรีที่บ้าอำนาจคนนี้

เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.จะมุ่งเน้นประเด็นอะไรเป็นพิเศษ นายณัฐชากล่าวว่า เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า แต่ละจุดมีการทุจริตคอรัปชั่นมากน้อยแค่ไหน ในบ้านของท่านเอง ที่ท่านมีอำนาจสูงสุดล้มเหลวขนาดไหน และข้าราชการภายใต้การบริหารจัดการของท่านในแต่ละกระทรวง ทุกวันนี้ ที่ท่านบอกว่าท่านใส่หน้ากากคนดีเข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อปราบโกง สุดท้ายมีผลงานการโกง ก็เป็นการโกงที่มีระดับ ฉะนั้น กระบวนการในระบอบประยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อปราบโกง แต่เข้ามาเพื่อต่อยอดความโกงให้ไปถึงตนเองเท่านั้น

ถามต่อว่า เบื้องต้นได้เตรียมขุนพลที่จะอภิปรายไว้ประมาณกี่คน นายณัฐชากล่าวว่า เรามีการจัดเตรียมไว้เลย แต่ต้องมีการคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ก่อนว่าพรรคไหนจะอภิปรายเรื่องอะไร คนละกี่นาที ฉะนั้น จึงยังไม่มีการเปิดว่าใครจะอภิปราย แล้วจะอภิปรายในประเด็นหัวข้ออะไร

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการอภิปรายครั้งนี้จะชี้ให้เห็นประชาชนเห็นความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ได้ นายณัฐชากล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนมีเชื้อความรู้สึก มีความคิดด้านนี้อยู่แล้ว แต่ขาดประจักษ์พยานหลักฐานและข้อมูลมุมมองใหม่ๆ ฉะนั้น การอภิปรายมาตรา 152 เป็นเพียงการเติมข้อมูลให้กับประชาชนเท่านั้นเองว่าสิ่งที่เขารู้สึกเป็นเหตุเป็นผลด้วยหลักฐานอะไร และจะนำไปสู่การพูดคุยก่อนการเลือกตั้งว่าสุดท้ายจะเลือกพรรคอะไรในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้าในการแก้ไขปัญหาต่างๆ