09.00 INDEX บทบาทใหม่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ร่วม

3.01.23 | 08:18 น.

ไม่ว่าคำประกาศยอมรับเทียบเชิญจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ดำรงอยู่ในสถานะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าแนวโน้มที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ล้วนเป็นการตัดสินใจอันมีผลอย่างสำคัญต่อจังหวะก้าวทางการเมืองต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นั่นก็คือ การสร้างความแตกต่างในทางการเมือง

ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงอยู่ในสถานะแห่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องเขียนใบสมัครเป็นสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ

ทุกอย่างล้วนเป็นการตระเตรียมและจัดวางโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้งสิ้น ไม่ว่าการเลือกตั้ง ไม่ว่าการระดมคนหลังการเลือกตั้งเพื่อนำไปสู่การขานชื่อ

Advertisement

เท่ากับว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “ผู้จัดการ” ทั้งในด้านเป็นหลักประกันให้เข้าสู่อำนาจและรักษาอำนาจโดยใช้พรรคพลังประชารัฐเป็นฐาน

แต่เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลงมือด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มิได้เป็น “ผู้จัดการ” อีกแล้ว

 

พลันที่มีการแยกตัวออกจาก พรรคพลังประชารัฐ และจัดตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ไม่เหมือนเดิม

มีความพยายามจะวิเคราะห์ในลักษณะที่ว่า พื้นฐานยังเป็นแนว “แยกกันเดิน รวมกันตี” ไม่แปรเปลี่ยน

เพียงแต่เพื่อให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

กระนั้น เมื่อประเมินไปยังรากฐานและองค์ประกอบภายในของพรรคพลังประชารัฐอย่างเปรียบเทียบกับของพรรครวมไทยสร้างชาติก็จะมองเห็นลักษณะของการตั้งป้อม

โดยเฉพาะข่าวปล่อยในเรื่องพันธมิตรในแนวร่วมใหม่ในทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ระหว่าง พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรคเพื่อไทย ผ่านบทบาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ความหมายก็คือการปฏิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

รูปธรรมที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งขัดแย้งอย่างรุนแรงกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

และจังหวะก้าวใหม่จาก “ครูใหญ่” แห่ง พรรคภูมิใจไทย

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการทางการเมืองในลักษณะตัวแทนและจุดเชื่อมประสานไม่มีมิตรและศัตรูถาวรในทางการเมือง

เพียงแต่ตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากวงจรเท่านั้น