เมื่อปลายปี 2565 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนประกาศ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ยกเลิกข้อกำหนดการกักกันโรคโควิด-19 สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในจีนไม่ต้องกักตัวที่โรงแรม 5 วัน และที่บ้านอีก 3 วันต่อไป โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมปีนี้ การยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการปูทางให้นักท่องเที่ยวจีนสามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศได้เหมือนก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
การที่ทางการจีนผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวลง และส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศไทย ทำให้หลายประเทศที่เคยได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวมีความหวัง เช่นเดียวกับประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมา ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจำนวนชาวจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวไทยนั้น น่ามีจำนวนเป็นแสนเป็นล้านคน เมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก น่าจะทำให้การท่องเที่ยวฟื้นคืนกลับมาได้
อย่างไรก็ตาม การที่จีนเปิดประเทศขณะที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในประเทศจีนอยู่ ได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย จึงออกมาถามหาความมั่นใจ โดยเฉพาะการสอบถามถึงมาตรการป้องกันโรคระบาด ซึ่งหลายประเทศใช้มาตรการเข้มข้น ส่วนประเทศไทยกำหนดมาตรการไม่เข้มข้นเท่ากับบางประเทศ แต่สามารถสกัดกั้นการระบาดได้ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นัดประชุมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา และกระทรวงคมนาคม เพื่อตระเตรียมความพร้อม
เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเตรียมการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกันอย่างดี ทั้งในแง่การท่องเที่ยว การเดินทาง และการป้องกันโรค ขอให้ทุกขั้นตอนในการต้อนรับเป็นไปด้วยความรอบคอบ สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว และสร้างความปลอดภัยแก่คนไทย มาตรการต่างๆ ควรประสานให้หน่วยงานบริการทั้งหลายได้รับทราบ เพื่อให้การท่องเที่ยวสามารถป้องกันการระบาดได้ด้วย ซึ่งหากทำได้ย่อมหมายถึงความยั่งยืนตลอดปี และจะเป็นผลดีทั้งต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน รวมถึงความมั่นใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย ทุกคนที่เคยผ่านสถานการณ์วิกฤตจากโรคระบาดมา คงไม่มีใครต้องการหวนกลับไปสู่เหตุการณ์นั้นอีก ดังนั้น มาตรการต่างๆ ที่ภาครัฐประกาศ น่าจะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายด้วยดี

