ท่วงท่า อาการ ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู่ ‘นักการเมือง’

7.01.23 | 12:02 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ท่วงท่า อาการ ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู่ ‘นักการเมือง’

ที่โกวเล้ง สรุปว่า ในยุทธจักรไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะมองผ่านลี้คิมฮวง ไม่ว่าจะมองผ่านเอี๊ยบไค ไม่ว่าจะมองผ่านโป้วอั้งเสาะ

ในการเมืองก็แทบไม่ต่างกัน

ขอให้ดูภาพของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอให้ดูภาพของ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็นตัวอย่าง

แรกที่รัฐประหาร น่าเกรงขามอย่างยิ่ง

แม้เมื่อพูดจะต่อท้ายด้วยวลีน่ารักนะจ๊ะ นะจ๊ะ แต่เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครกล้าที่จะประสานนะจ๊ะ นะจ๊ะ ตามไปด้วย

Advertisement

กระทั่งคำว่าไม่รู้ ไม่รู้ ก็เหมือนเสียงคำราม

แต่พลันที่ถอดหัวโขนออกมาเล่นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแสดงตนจะเขียนใบสมัครเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

ความรู้สึกในสังคมก็เริ่มผ่อนคลาย

ที่รับรู้และรู้สึกอย่างชนิดผิดหู ผิดตาย่อมเป็นท่วงท่าและอาการในการเคลื่อนไหวของ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ในห้วงรักษาการ นายกรัฐมนตรี

ที่เคยตุ๊ต๊ะ ต้วมเตี้ยม จะลุกจะนั่งก็ต้องมีนายทหารคนสนิทมาคอยโอบกอดและประคอง หิ้วปีก

แต่เมื่อถึงเวลาก็เปลี่ยนอย่างฉับพลัน

นั่นก็คือ ภาพที่เห็นเดินออกมาจากรถด้วยสองขาของตนเอง ไปยืนอย่างทรนงองอาจในท่ามกลางคำถามของนักข่าว

คล่องแคล่ว ปราดเปรียวยิ่งกว่ากระรอกน้อย

ท่วงท่าและอาการของ พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเช่นนี้ ท่วงท่าและอาการของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเป็นเช่นนี้

เพราะว่าใจบันดาลแรง

ต้องยอมรับว่าแม้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาพร้อมกับบทเพลง เราจะทำสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน

แต่ก็มีความน่าเกรงขามดำรงอยู่

เป็นการดำรงอยู่ประสานกับความหงุดหงิดเมื่อประสบเข้ากับคำถาม อันไม่เป็นที่พึงประสงค์

ถึงกับจะยก โพเดียม ขึ้นทุ่ม

เป็นการดำรงอยู่ผ่านการจัดระเบียบในการให้สัมภาษณ์อย่างเข้มงวดไม่ต่างไปจากระเบียบในค่ายทหาร

แต่แล้วก็มีการแปรเปลี่ยน

ในวันที่ 23 ธันวาคม เป็น พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองที่เดินเข้าไปหานักข่าวและเปิดการแถลงยาวเหยียด เจื้อยแจ้ว

เท่ากับใจบันดาลการเปลี่ยนแปลง 

 ฉะนั้น สถานการณ์ในวันที่ 9 มกราคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

จึงถือว่าเหนือความคาดหมาย

นี่ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวหากแต่ยังเท่ากับเป็นการเปิดขุมกำลังทั้งในด้านกำลังคน และในด้านกำลังทุน

ร่วมกันรวมไทยสร้างชาติขึ้น