หน้าแรก การเมือง สปท.ชงปรับ กม...

สปท.ชงปรับ กม.มั่นคงไซเบอร์ แนะดึงทหาร-ตร.คุม คำนูณติงระวังทำลายความคิดสร้างสรรค์

28.11.16 | 14:16 น.

สปท.ชงปรับร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ แนะดึง ตร.-ทหารคุมนโยบายยันปฏิบัติ หนุนนายกฯใช้อำนาจเต็มตั้ง กปช.ก่อน กม.บังคับใช้


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาระเบียบวาระรับทราบ รายงานความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เรื่องผลการศึกษาและข้อสังเกตร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. … เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาดำเนินการต่อไป โดย พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการสื่อสารมวลชน คนที่หนึ่ง กล่าวสรุปรายงานว่า ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ยังขาดเนื้อหาที่ต้องเพิ่มเติม กมธ.การสื่อสารมวลชน จึงเสนอแนวคิด ประเด็นกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมทุกมิติของความมั่นคงทางทหารและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ด้วยการวางกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานความมั่นคงทุกองค์กร เพื่อทำหน้าที่ป้องกัน และตอบโต้เชิงรุก ควรกำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบให้ชัดเจนในการดูแล ควบคุมสถานการณ์ด้านการรักษาความมั่งคงความปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในภาวะปกติ และเมื่อเกิดสถานการณ์ร้ายแรงในภาวะฉุกเฉิน ควรให้เจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจ ดำเนินการทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ฉบับผ่านประชามติ แต่ตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กปช.) ทำหน้าที่ไปพลางก่อน เพราะหากต้องรอกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จนมีผลบังคับใช้ อาจเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงและกระทบนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ ยังมีสมาชิก สปท.บางรายอภิปรายไม่เห็นด้วย เช่น นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก สปท. อภิปรายว่า อันตรายจากความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จำเป็นต้องให้ข้าราชการเข้ามากำกับเอกชนทุกขั้นตอนหรือไม่ มันจำเป็นต้องมีรายละเอียดขั้น และระยะเวลาคอยกำหนดบ้างหรือไม่ กปช.ไม่มีตัวแทนจากประชาชน และภาคเอกชนมาร่วม ไม่อยากให้รูปแบบการปฏิวัติดิจิทัลทำลายความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย เราเสีย กสทช.ที่เป็นอิสระไปแล้ว ด้านนายสมพงษ์ สระกวี กล่าวว่า ไทยอยากเป็นประเทศ 4.0 แต่ไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ กำลังจะยกโขยงออกจากประเทศไทย เพราะกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่กำลังพิจารณา และร่างกฎหมายความมั่งคงไซเบอร์ฉบับนี้

ด้าน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้มุ่งคุมครองระบบอินเตอร์เน็ต ต่างจาก พ.ร.บ.คอมพ์ที่มุ่งคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ร่างตัวนี้ไม่ได้เน้นเนื้อหา แต่เน้นระบบคอมพิวเตอร์ของประเทศ ที่ทราบดีว่าเว็บไซต์ส่วนราชการถูกโจมตีทุกวันความเสียหายเป็นร้อยล้าน แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าวเพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรฐานกลางให้แต่ละหน่วยงานไปวางระบบรักษาความปลอดภัย ขณะเดียวกัน กมธ.ก็เพิ่มเติมมาตรการเข้มข้นทางความมั่นคงการทหาร ด้านประชาชนก็จะได้รับการสนับสนุนการให้ความรู้กฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

Advertisement

จากนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานฉบับดังกล่าวด้วยคะแนน 141 ต่อ 1 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง เพื่อส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป